สารจากกรรมการผู้จัดการ
ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของบริษัทในการวางรากฐานสู่ “ยุคใหม่ของการเดินทางในเมืองหลวง” โดยเฉพาะการเดินหน้าก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี (สุวินทวงศ์)) ซึ่งเป็นโครงการสำคัญระดับยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมโยงการเดินทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพมหานคร เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เมื่อโครงการแล้วเสร็จ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจะเป็น “เส้นเลือดใหญ่ของมหานคร” ที่ช่วยลดเวลาเดินทาง เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ โครงการนี้ไม่เพียงเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของเมืองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนพันธกิจของบริษัทในการพัฒนา “โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนทุกกลุ่ม
บริษัทมุ่งมั่นลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจด้วยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน โดยได้ดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในอาคารสำนักงานและบริเวณศูนย์ซ่อมบำรุง ซึ่งได้เริ่มนำพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาใช้ในการให้บริการเดินรถเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าหลักและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจที่เคารพต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ “โครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 2)” ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีเป้าหมายและเป็นรูปธรรม โดยบริษัทมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย “Net Zero” ของประเทศไทยภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) และเดินหน้าในฐานะ “องค์กรคมนาคมสีเขียว” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
บริษัทเชื่อว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนต้องดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลผู้คนและสังคม ภายใต้กลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน (CSR Strategy) บริษัทจึงดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในหลายมิติที่ส่งเสริมความสุขทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ความสุขของการเดินทาง (HAPPY JOURNEY) ความสุขของชุมชนและสังคม (HAPPY LIVING SOCIETY) และความสุขของโลกที่ยั่งยืน (HAPPY PLANET) สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของการให้บริการที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ ตรงเวลา ในปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยได้สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ BEM พาน้องพิชิต TCAS โครงการ BEM NEW HORIZON โครงการ BEM Happy Journey 2025 “เยา ยัง เยี่ยม” และ โครงการ Metro Mall Go Green เป็นต้น
บริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดถือหลักธรรมาภิบาลในทุกระดับขององค์กร บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และให้ความสำคัญกับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการตัดสินใจของบริษัทอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและเป็นธรรม ส่งผลให้บริษัทได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนภูมิภาคอาเซียน จากเวที ASEAN Corporate Governance Scorecard 2025 ประเภทรางวัล Asset Class PLCs และ รางวัล “Best Sustainability Bond – Transport” จากเวทีระดับโลก The Asset Triple A Awards for Sustainable Finance 2025 จัดโดย The Asset นิตยสารการเงินชั้นนำแห่งเอเชีย
ในก้าวต่อไป บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงภายใต้แนวทาง “เดินทางร่วมกันสู่เป้าหมายที่ยั่งยืน (Mobility for All : Sharing the Sustainable Journey)” เพื่อสร้างระบบคมนาคมที่ยั่งยืน เชื่อมโยง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างมั่นคง
ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือของพนักงานทุกคน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้น และสังคมโดยรอบ บริษัทจะสามารถขับเคลื่อนระบบคมนาคมของประเทศไทยให้ก้าวสู่ “อนาคตที่เชื่อมโยง ยั่งยืน และมีคุณค่าสำหรับทุกคน” ในนามบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงทุกข้อแนะนำอันทรงคุณค่า ซึ่งบริษัทจะนำมาพัฒนาและปรับปรุงเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในการให้บริการและเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
