การบริหารจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เป้าหมายที่ 7:
เป้าหมายที่ 13:
แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ
บริษัทดำเนินงานตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่รวมถึงประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ดังนั้น บริษัทได้ตั้งเป้าหมาย และกำหนดกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานที่ครอบคลุมกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการระบบบริหารคุณภาพ คณะกรรมการความปลอดภัย และคณะกรรมการบริหารคุณภาพและประสิทธิภาพ เพื่อกำกับดูแลการบริหารจัดการคุณภาพและสิ่งแวดล้อมภายในบริษัท รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน เพื่อดูแลและดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงานในกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การใช้เชื้อเพลิง การใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ และการใช้กระดาษ
ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรปี 2568 โดยครอบคลุมทั้ง 3 ขอบเขตของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งขอบเขตขององค์กรที่ใช้สำหรับการคำนวณและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คิดเป็น 99% (ขาดพื้นที่ส่วนสำนักงานของบริษัทย่อย) โดยผู้ตรวจประเมินภายนอก บริษัท ทูฟ นอร์ด (ประเทศไทย) จำกัด (TUV NORD) และบริษัทได้ขึ้นทะเบียนรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) (อบก.) ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้ดำเนินกิจกรรมและการดำเนินงานของทรัพย์สินที่อยู่ในพอร์ตของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REIT)


ผลกระทบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย
จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การเกิดภาวะโลกร้อน การเกิดภัยพิบัติ อุทกภัย ส่งผลให้เกิดการเสียสมดุลทางธรรมชาติ และเกิดความเสียหายต่อสิ่งมีชีวิต ธรรมชาติ บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในระดับโลกจึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ อาทิ การออกภาษีคาร์บอน หรือการคิดค้นนวัตกรรมดักจับก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ดังนั้นหากบริษัทไม่มีมาตรการบรรเทาและปรับตัวต่อผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มีประสิทธิภาพ บริษัทจะมีความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงการค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานจากการเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม จนอาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักได้ส่งผลให้บริษัทสูญเสียความเชื่อมั่นของชุมชนและสังคม คู่ค้า และนักลงทุนได้
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
ด้วยธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัทจำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรับมือต่อภัยพิบัติที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะธุรกิจระบบรางของบริษัทที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณสูงเพื่อดำเนินธุรกิจและให้บริการลูกค้าซึ่งเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม
บริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะลดการใช้พลังงานผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยกำหนดนโยบาย และทบทวนเป้าหมายที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นแนวทางบริหารจัดการภายในบริษัทให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันรวมถึงการสร้างความตระหนักและการรับรู้ของพนักงาน ส่งเสริมโครงการและกิจกรรมต่างๆ และมาตรการที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2593 ให้สอดคล้องและตอบสนองความคาดหวังของนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศในอนาคต และแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของบริษัทต่อหน่วยงานภาครัฐ ชุมชนและสังคม และสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถใช้บริการคมนาคมขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ
บริษัทมีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) และการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties: UNFCCC COP) สมัยที่ 26 หรือ COP26 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มเกิน 1.5 องศาเซลเซียส รวมถึงการดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยการมุ่งไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593
บริษัทจึงได้กำหนดกระบวนการในการตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets initiative : SBTi) โดยเริ่มจากการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่บริษัทปล่อยออกมาในปัจจุบัน และใช้ปี 2566 เป็นปีฐาน ซึ่งมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวน 143,834 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทั้งนี้ในปี 2566 บริษัทมีการวางแผนกลยุทธ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยบริษัทกำหนดขอบเขตการดำเนินงานในลักษณะควบคุมการดำเนินงาน (OPERATION CONTROL) สำหรับทั้ง 3 ขอบเขตของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งดำเนินการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการประเมินและคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
เป้าหมายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน
ในภาพรวม บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5.59% ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของขอบเขต 1 ได้ 64.00% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากบริษัทมีการดำเนินการลดการใช้น้ำมันโดยการทยอยเปลี่ยนรถยนต์ประเภทเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นรถยนต์ไฟฟ้า และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขต 2 ลดลง 1.11% และขอบเขต 3 ลดลง 5.80% ซึ่งมีปริมาณการปล่อยที่ลดลงจากปีก่อนหน้า แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากแผนการดำเนินงานติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ระหว่างดำเนินการ ยังไม่แล้วเสร็จ ดังนั้น จึงเป็นผลให้ในปี 2568 มีการใช้พลังงานจากแหล่งที่ใช้แล้วหมดไปลดลง 0.90% และไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงานปี 2568
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงานปี 2568
การใช้พลังงานทั้งหมดภายในบริษัท
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงานปี 2568
ลดการใช้พลังงาน
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงานปี 2568
ลดการใช้พลังงานจากแหล่งที่ใช้แล้วหมดไป
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงานปี 2568
นโยบายและแนวปฏิบัติ
การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นโยบายสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ
บริษัทดำเนินงานตามนโยบายสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้สอดคล้องตามหลักการและมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรฐาน ISO 50001 ซึ่งเป็นมาตรฐานการจัดการพลังงานสากล อันเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงาน โดยครอบคลุมถึงการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท
แนวปฏิบัติด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทมุ่งมั่นบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง โดยกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ตามแนวทาง Science Based Targets (SBTi) และดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
การจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงมีการประเมินและจัดการความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบูรณาการเข้ากับการบริหารความเสี่ยงองค์กร ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงด้านกายภาพและความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน อาทิ ความเสี่ยงน้ำท่วมจากการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ และความเสี่ยงจากการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ บริษัทได้มอบหมายให้ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ งานกฎหมายและกำกับดูแล ทำหน้าที่ดำเนินการและพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงโดยรวมขององค์กร รวมถึงการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้บริษัทได้กำหนดให้พนักงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการชี้บ่ง ประเมิน กำหนดมาตรการ ติดตาม และทบทวนความเสี่ยงเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สามารถวางแผนรับมือความเสี่ยง ตลอดจนลดหรือบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท
ในปี 2568 บริษัทมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 135,790.09 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ลดลง 8,043.91 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ 5.59% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 ประกอบด้วยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขต 1) 2,901.15 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ ลดลง 5,157.85 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากปีฐาน ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (ขอบเขต 2) 105,182.66 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ ลดลง 1,181.34 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากปีฐาน และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขต 3) 27,706.28 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ ลดลง 1,704.72 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากปีฐาน
ทั้งนี้ บริษัทมีค่าความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจระบบราง 0.00023 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อจำนวนเที่ยวการเดินทาง ซึ่งมีค่าลดลงจากปีฐาน 2566 ที่มีความเข้มข้นอยู่ที่ 0.00026 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อจำนวนเที่ยวการเดินทาง
| ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน | ปี 2568 |
|---|---|
|
ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจระบบราง (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อจำนวนเที่ยวการเดินทาง) |
0.00023 |
|
ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ธุรกิจระบบราง (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อจำนวนผู้โดยสาร-กิโลเมตร) |
0.000086 |
| ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน | เป้าหมายระยะยาวภายในปี 2593 |
|---|---|
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจก | สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) |
| ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน | ผลการดำเนินงาน | ||
|---|---|---|---|
| ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) | 143,834 | 141,552.14 | 135,790.09 |
|
8,059 | 4,048.73 | 2,901.15 |
|
106,364 | 108,781.17 | 105,182.66 |
|
29,411 | 28,722.24 | 27,706.28 |
| ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน | ผลการดำเนินงานและเป้าหมาย | ||
|---|---|---|---|
| ผลการดำเนินงาน ปี 2568 | เป้าหมายระยะสั้น ภายในปี 2568 | เป้าหมายระยะกลาง ภายในปี 2573 | |
| ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (%) | 5.59 | 8 | 28 |
|
64.00 | 8 | 28 |
|
1.11 | 8 | 28 |
|
5.80 | 8 | 28 |
หมายเหตุ : เป้าหมายนับจากปีฐาน (ปี 2566)
การมีส่วนร่วมในเครือข่ายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทได้พิจารณาและให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมในเครือข่ายและโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยพิจารณาวัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินงาน รวมถึงนโยบายและจุดยืนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเครือข่ายหรือสมาคมให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของบริษัท ปัจจุบันบริษัทได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network : TCNN) ซึ่งดำเนินการภายใต้การกำกับขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
ในปี 2568 ภายใต้กรอบความร่วมมือของเครือข่าย TCNN บริษัทได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมและโครงการที่สอดคล้องกับแนวทางของเครือข่ายเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกขององค์กร อาทิ การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 2) ซึ่งจัดโดย อบก. ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลังงานเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (CEEE) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets initiative: SBTi) โดยบริษัทได้รับใบประกาศเกียรติคุณในฐานะองค์กรนำร่องมุ่งสู่ Net Zero จาก อบก. ซึ่งบริษัทเป็นหนึ่งใน 22 องค์กรที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว
BEM รับมอบใบประกาศเกียรติคุณองค์กรนำร่องมุ่งสู่ Net Zero จาก อบก.


BEM ร่วมประกาศเจตนารมณ์ โครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 2)



การบริหารจัดการพลังงาน
นโยบายอนุรักษ์พลังงาน
บริษัทดำเนินงานตามนโยบายอนุรักษ์พลังงาน โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงพัฒนาระบบการจัดการด้านพลังงาน เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การอนุรักษ์พลังงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
แนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงาน
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยครอบคลุมการดำเนินงาน ดังนี้

การจัดการพลังงานไฟฟ้า
บริษัทเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทมุ่งลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ผ่านการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ระบบและอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานในพื้นที่ต่าง ๆ ขององค์กร ทั้งพื้นที่ให้บริการ พื้นที่ปฏิบัติงาน และอาคารสำนักงาน เช่น ระบบไฟฟ้าและระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ควบคู่กับการส่งเสริมการสร้างความตระหนักและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงาน เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

การจัดการน้ำมันและเชื้อเพลิง
บริษัทมุ่งเน้นการปรับปรุงและทดแทนเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการพัฒนากระบวนการปฏิบัติงาน เพื่อลดการใช้น้ำมันและเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยในการให้บริการในระดับสูงสุด

การจัดการพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาด
บริษัทส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อทดแทนการใช้ไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานขององค์กร
การจัดการพลังงาน
การใช้พลังงานของบริษัทประกอบด้วยการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการลดการใช้ไฟฟ้า มีการพิจารณานำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสมเข้ามาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทมีการปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้กับอุปกรณ์บนทางพิเศษ ระบบรถไฟฟ้า อาคารสำนักงาน และพื้นที่ปฏิบัติงานอื่น ๆ เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟเป็นชนิด LED และการติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์
สำหรับการใช้เชื้อเพลิงของธุรกิจในด้านอื่น บริษัทได้กำหนดแผนการลดใช้เชื้อเพลิง โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสภาพรถยนต์เป็นประจำทุกวัน การเลือกใช้ขนาดรถยนต์ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน การปรับพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ของพนักงาน อาทิ การกำหนดความเร็วในการขับขี่ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และการวางแผนการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการทยอยเปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ทั้งรถยนต์ส่วนกลางและรถยนต์ผู้บริหาร จากเครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นเครื่องยนต์ระบบไฟฟ้า (Electric Vehicles) ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง ลดมลพิษทางอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดต้นทุนด้านพลังงาน
ทั้งนี้ บริษัทมีการรณรงค์ให้พนักงานในทุกระดับและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พลังงาน พร้อมทั้งสื่อสารแนวทางปฏิบัติและการมีส่วนร่วมด้านการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการติดตามผลและจัดทำรายงานการใช้พลังงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผน พัฒนา และปรับปรุงมาตรการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพต่อไป







ในปี 2568
การใช้พลังงานทั้งหมดภายในบริษัท
พลังงานจากแหล่งที่ใช้แล้วหมดไป
พลังงานหมุนเวียน
บริษัทมีปริมาณการใช้พลังงานรวมทั้งหมด 232,541.82 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ประกอบด้วยพลังงานจากแหล่งที่ใช้แล้วหมดไป 231,157.95 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ได้แก่ การใช้ไฟฟ้า 224,634.52 เมกะวัตต์-ชั่วโมง การใช้เชื้อเพลิง 6,523.43 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และพลังงานหมุนเวียน 1,383.87 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ทั้งนี้ ปริมาณการใช้พลังงานทั้งหมดลดลงจากปี 2566 (ปีฐาน) 1,368.18 เมกะวัตต์-ชั่วโมง จากการดำเนินงานโครงการบริหารจัดการพลังงาน การปรับปรุงระบบเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยปริมาณการใช้พลังงานสำหรับการให้บริการระบบรถไฟฟ้าต่อหน่วย เท่ากับ 0.13 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อจำนวนผู้โดยสาร-กิโลเมตร ซึ่งลดลงจากปีฐานและปีก่อนหน้า
| ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน | ผลการดำเนินงาน | ||
|---|---|---|---|
| ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | |
| การใช้พลังงานทั้งหมดภายในบริษัท (เมกะวัตต์-ชั่วโมง) | 233,900.76 | 239,822.20 | 232,541.82 |
|
233,263.17 | 239,168.21 | 231,157.95 |
|
637.59 | 653.99 | 1,383.87 |
| ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน | ผลการดำเนินงาน ปี 2568 | เป้าหมายระยะสั้น ภายในปี 2568 | เป้าหมายระยะกลาง ภายในปี 2573 |
|---|---|---|---|
| ลดการใช้พลังงาน (%) | 0.58 | 8 | 28 |
| ลดการใช้พลังงานจากแหล่งที่ใช้แล้วหมดไป (%) | 0.90 | 8 | 28 |
นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินโครงการบริหารจัดการพลังงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานลดอุณหภูมิให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามข้อตกลงปารีส จำนวน 10 โครงการ โดยใช้งบประมาณการลงทุนและค่าใช้จ่ายประมาณ 46.14 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทสามารถลดต้นทุนด้านพลังงาน 5.98 ล้านบาท ลดการใช้พลังงานทั้งสิ้น 1,000,159 กิโลวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียน 226,644 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และลดการใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งสิ้น 39,682 ลิตร รวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งสิ้น 710.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
| เงินลงทุนโครงการบริหารจัดการด้านพลังงาน (ล้านบาท) | ต้นทุนพลังงานที่ลดลง (ล้านบาท) | การใช้พลังงานที่ลดลง (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | การผลิตพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | การใช้เชื้อเพลิงที่ลดลง (ลิตร) | ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) |
|---|---|---|---|---|---|
| 46.14 | 5.98 | 1,000,159 | 226,644 | 39,682 | 710.87 |
การบริหารจัดการมลพิษ
แนวปฏิบัติด้านการจัดการมลพิษ
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการดำเนินงาน จึงกำหนดแนวปฏิบัติด้านการจัดการมลพิษ เพื่อควบคุมและลดการปล่อยมลพิษที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้

การจัดการคุณภาพอากาศ
บริษัทมีการจัดการคุณภาพอากาศที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ โดยการออกแบบและปรับปรุงโครงสร้างของระบบต่าง ๆ รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบด้านคุณภาพอากาศต่อชุมชนและสังคมโดยรอบ พร้อมทั้งมีการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

การจัดการมลพิษเสียง
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเสียงที่เกิดจากการดำเนินงาน โดยมีการออกแบบและปรับปรุงโครงสร้าง ระบบ และติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อควบคุมเสียงจากแหล่งกำเนิดและลดการแพร่กระจายของเสียง นอกจากนี้ ยังมีการตรวจวัดระดับเสียงบริเวณเส้นทางและพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและสังคม

การจัดการมลพิษ
บริษัทดำเนินการบริหารจัดการมลพิษตามมาตรฐาน ISO 14001 และตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) โดยปฏิบัติตามมาตรการ ป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Mitigation Measures and Monitoring Program : EMP) ภายใต้กรอบนโยบายสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ รวมถึงข้อกำหนดทางกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดเป้าหมายในการควบคุมและลดมลพิษทั้งระยะสั้น (รายปี) ระยะกลาง (ภายในปี 2573) และระยะยาว (ภายในปี 2593)
โดยมีการควบคุมมลพิษจากการดำเนินงานของบริษัทอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การประเมินผลกระทบ การกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ การวางแผนการตรวจสอบและซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมีการตรวจวัด ติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการคัดเลือกอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ และพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะที่ปล่อยมลพิษต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ บริษัทมีการควบคุมมลพิษตามเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการตรวจวัดมลพิษทั้งในด้านฝุ่นละอองและเสียง แม้ว่าผลการตรวจวัดบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากมลพิษที่เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการควบคุมมลพิษและปรับปรุงสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินงานปี 2568 พบว่าบริษัทสามารถควบคุมมลพิษให้อยู่ในเกณฑ์และไม่เกินเป้าหมายและมาตรฐานที่กำหนดไว้

