การประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
การประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาองค์กรที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กรและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
ช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่าการผลักดันนโยบายและการดำเนินงานด้านความยั่งยืนนั้นได้รับการขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้องทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล (ESG) พร้อมคำนึงถึงประเด็นทางด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทได้ดำเนินการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานความยั่งยืนในระดับสากลฉบับล่าสุด Global Reporting Initiative (GRI) 2021 เพื่อระบุและรายงานประเด็น ESG ที่สำคัญขององค์กร โดยคำนึงถึงมุมมองของหน่วยงานภายในและผู้มีส่วนได้เสียภายนอก จากนั้นพิจารณาว่าประเด็นใดที่มีนัยสำคัญหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจขององค์กรและผู้มีส่วนได้เสียมากที่สุด ด้วยความสอดคล้องกับมาตรฐาน GRI องค์กรสามารถมั่นใจได้ว่าการประเมินและการรายงานสาระสำคัญมีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และเทียบเคียงได้กับองค์กรอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยผลประเมินจะถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในช่วงปี 2566 – 2569 สำหรับกำหนดนโยบายและแนวทางการจัดการด้านความยั่งยืนอย่างเหมาะสม รวมทั้งกำหนดรายละเอียดเนื้อหาการรายงานความยั่งยืนในแต่ละประเด็นให้ครบถ้วนเพื่อเปิดเผยการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทให้กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียรับทราบ และบริษัทจะดำเนินการทบทวนประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนทุก 3 ปี
ขั้นตอนที่ 1 การพิจารณาบริบทขององค์กรและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อกำหนดขอบเขตการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
- พิจารณาลักษณะการดำเนินกิจกรรมและบริบทขององค์กร (Organization Context) ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่มีความเกี่ยวข้องครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า
- ศึกษาแนวโน้มของโลก (Global Trend) และประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อกำหนดประเด็นที่สำคัญเบื้องต้น
ขั้นตอนที่ 2 การระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นและคาดการณ์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- ระบุผลกระทบโดยการหารือร่วมกันกับหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร โดยการร่วมพิจารณาผลกระทบทั้งหมดต่อผู้มีส่วนได้เสีย
- ในการระบุผลกระทบของประเด็นที่สำคัญจะครอบคลุมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง และที่มีโอกาสเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งการพิจารณาผลกระทบข้างต้นจะทำให้บริษัทเข้าใจถึงความคิดเห็น ความคาดหวัง และข้อห่วงกังวลของผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร
ขั้นตอนที่ 3 การประเมินผลกระทบที่มีนัยสำคัญ
- รวบรวมความคิดเห็นที่มีต่อประเด็นความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทั้ง 8 กลุ่ม โดยการพิจารณาในแง่มุมของผลกระทบที่มีความสัมพันธ์และมีผลกระทบต่อกัน (Spectrum) ทั้งทางบวกและทางลบ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งในความสามารถในการชดเชยผลกระทบ ครอบคลุมทุกกิจกรรมการดำเนินธุรกิจของบริษัทตลอดห่วงโซ่คุณค่า
- คำนวณระดับความสำคัญจากการพิจารณาโอกาสหรือความถี่ในการเกิดผลกระทบ (Likelihood) และระดับความรุนแรง (Severity) ซึ่งประกอบด้วยขนาด (Scale) ขอบเขต (Scope) และความสามารถในการชดเชย (Irremediable Character) ของผลกระทบ
บริษัทได้ปรับการพิจารณาระดับนัยสำคัญของผลกระทบ โดยใช้เมทริกซ์เพื่อประเมินความรุนแรงและแนวโน้มของผลกระทบ ซึ่งปรับจากเมทริกซ์ที่บริษัทใช้ในการประเมินความเสี่ยงองค์กร และนำผลที่ได้มาใส่ในเมทริกซ์ผลกระทบเชิงบวก และเมทริกซ์ผลกระทบเชิงลบ
ขั้นตอนที่ 4 การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
หลังจากจัดกลุ่มของผลกระทบและประเมินระดับความสำคัญของแต่ละประเด็นแล้ว บริษัทได้นำผลการประเมินที่ได้มาจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน โดยการใช้ระดับนัยสำคัญของผลกระทบที่คำนวณโดยมีการถ่วงน้ำหนักผลการประเมินทั้งเชิงบวกและเชิงลบ รวมทั้งคะแนนที่ได้จากการหารือและร่วมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่มีต่อประเด็นสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ทั้งนี้ การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน ทำให้บริษัทสามารถวางแนวทางการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนได้อย่างมีทิศทางที่ถูกต้อง เหมาะสม และช่วยให้บริษัทสามารถกำหนดประเด็นที่ต้องดำเนินการจัดการผลกระทบในปัจจุบัน และ/หรือป้องกันผลกระทบด้านลบในอนาคตก่อนที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ อาจทำให้บริษัทได้พบประเด็นที่เป็นผลกระทบเชิงบวกซึ่งนำไปสู่โอกาสในอนาคตทั้งต่อบริษัทและผู้มีส่วนได้เสีย
จากนั้นบริษัทได้ประเมินและจัดลำดับความสำคัญตามกรอบการประเมิน Double Materiality โดยพิจารณา ผลกระทบภายนอกต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อม และผลกระทบภายในทั้งทางด้านการเงินและที่ไม่ใช่การเงินที่มีต่อองค์กรอย่างรอบด้าน
การระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนเบื้องต้น
บริษัทสามารถระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนได้ทั้งหมด 14 ประเด็น ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล

ความเป็นเลิศทางธุรกิจ บนพื้นฐานของจรรยาบรรณที่ดี

ส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การประเมินผลกระทบที่มีนัยสำคัญ
การประเมินผลกระทบที่มีนัยสำคัญของประเด็นสำคัญ บริษัทให้น้ำหนักระดับของผลกระทบที่แตกต่างกันเนื่องจากผลกระทบเชิงลบมีความสำคัญมากกว่า และมีผลกระทบมากกว่า จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขก่อนผลกระทบเชิงบวก
การประเมินผลกระทบที่มีนัยสำคัญ และการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
ระดับผลกระทบในแต่ละประเด็นด้านความยั่งยืน จะนำมาจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสำคัญ โดยมีเกณฑ์การประเมินรวม 5 ระดับ คือ ต่ำมาก ต่ำ ปานกลาง สูง สูงมาก ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินความเสี่ยงองค์กร
โดยระดับนัยสำคัญของผลกระทบที่คำนวณจะมีการถ่วงน้ำหนักผลการประเมินทั้งเชิงบวกและเชิงลบ รวมทั้งคะแนนที่ได้จากการหารือและร่วมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่มีต่อประเด็นสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ตารางแสดงระดับผลกระทบในแต่ละประเด็นด้านความยั่งยืนเบื้องต้น
การประเมินประเด็นสำคัญภายใต้หลักการ "Double Materiality"
บริษัทได้เล็งเห็นความสำคัญในการพิจารณาประเด็นสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนจากมุมมองทั้งสองทิศทางในการดำเนินธุรกิจ
- ผลกระทบจากมุมมองภายนอก (Outside-In): ประเด็นที่สำคัญสำหรับสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเกิดจากกิจกรรมหรือการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่สุดท้ายแล้วอาจส่งผลย้อนกลับมายังบริษัทได้
- ผลกระทบจากมุมมองภายใน (Inside-Out): ประเด็นที่สำคัญสำหรับบริษัทโดยพิจารณาความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อด้านการเงินของบริษัท ซึ่งมีผลต่อความสำเร็จและความยั่งยืนของธุรกิจ
กระบวนการพิจารณาผลกระทบทั้งสองด้านนี้ สามารถช่วยให้บริษัทเข้าใจ และจัดการกับความสำคัญของประเด็นที่ เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจของตนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในทางปฏิบัติ "Double Materiality" ช่วยให้บริษัท รับผิดชอบต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสามารถ ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จในระยะยาวได้

การประเมินประเด็นสำคัญภายใต้หลักการ "DOUBLE MATERIALITY" บริษัทได้บูรณาการการวิเคราะห์ผลกระทบและความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management) เพื่อเป็นเครื่องมือในการประเมินผลกระทบจากมุมมองภายใน (Inside-Out) ประกอบด้วย 5 ปัจจัย ได้แก่
ปัจจัยด้านการเงิน
การดำเนินการ
กลยุทธ์ของบริษัท
ภาพลักษณ์
กฎระเบียบ
ซึ่งบริษัทได้ประเมินทั้งระดับของผลกระทบและโอกาสในการเกิดผลกระทบในประเด็นสำคัญต่างๆ โดยผู้บริหารระดับสูงได้นำประเด็นด้านความยั่งยืนที่ได้ชี้บ่งตั้งแต่ระดับประเด็นที่มีความจำเป็นและต้องเฝ้าระวัง (Essential) ไปจนถึงประเด็นสร้างคุณค่า (Value Creation) มาจัดลำดับความสำคัญโดยพิจารณาและระบุในตารางแสดงความสัมพันธ์
-
1สุขภาพและความปลอดภัย
-
2การพัฒนาศักยภาพและดูแลบุคลากร
-
3ความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
-
4การพัฒนานวัตกรรม
-
5การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
-
6การบริหารจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-
7การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
-
8การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนสัมพันธ์
-
9การกำกับดูแลกิจการที่ดี
-
10การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
ในการพิจารณาประเด็นสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนจากมุมมองทั้งสองทิศทางในการดำเนินธุรกิจ "Double Materiality" บริษัทคำนวณโดยมีการถ่วงน้ำหนักผลการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และผลกระทบต่อองค์กรเพื่อนำผลการประเมินที่ได้มาจัดลำดับ และได้มาซึ่งประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนขององค์กร
ทั้งนี้ จากผลการพิจารณามีประเด็นสร้างคุณค่า (Value Creation) ทั้งหมด 4 ประเด็น จากประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนขององค์กรทั้งหมด 14 ประเด็น ได้แก่ สุขภาพและความปลอดภัย การพัฒนาศักยภาพและดูแลบุคลากร การบริหารจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
การขับเคลื่อนประเด็นด้านความยั่งยืนขององค์กรอันเป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Corporate Governance & Economic) โดยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 13 เป้าหมายจากทั้งหมด 17 เป้าหมาย ผ่านประเด็นความยั่งยืนที่สำคัญของบริษัท 10 ประเด็น และประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัท 4 ประเด็น
ตารางแสดงระดับผลกระทบในแต่ละประเด็นด้านความยั่งยืนขององค์กรในช่วงปี 2566 - 2569
| ระดับผลกระทบ | ประเด็นสำคัญ | เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน |
|---|---|---|
| ประเด็นสร้างคุณค่า | สุขภาพและความปลอดภัย |
|
| การพัฒนาศักยภาพและดูแลบุคลากร |
|
|
| การบริหารจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ |
|
|
| ความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล |
|
|
| ประเด็นส่งเสริมการขับเคลื่อนธุรกิจ | การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม |
|
| ประเด็นที่มีความจำเป็นและต้องเฝ้าระวัง | การกำกับดูแลกิจการที่ดี |
|
| การพัฒนานวัตกรรม |
|
|
| การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า |
|
|
| การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนสัมพันธ์ |
|
|
| การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน |
|
|
| ประเด็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ | การบริหารจัดการความเสี่ยง |
|
| ความหลากหลายทางชีวภาพ |
|
|
| การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย |
|
|
| การเคารพสิทธิมนุษยชน |
|

การทบทวนประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต่อกระบวนการจัดลำดับประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีความสำคัญต่อกระบวนการดำเนินงานของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสีย
โดยกำหนดให้มีการดำเนินการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนเป็นประจำทุก 3 ปี และนำเสนอต่อคณะผู้บริหารเพื่ออนุมัติประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งช่วยให้บริษัทมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับประเด็นด้านความยั่งยืนที่อาจเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และช่วงเวลา ทำให้บริษัทสามารถวางแนวทางเพื่อผลักดันประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่ลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทั้งต่อภายนอกและภายในองค์กร
