เป้าหมายที่ 9:
โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

บริษัทมีการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

และให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน กำหนดจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า รวมถึงติดตามการดำเนินงาน และจัดทำระเบียบการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างที่ระบุหลักเกณฑ์ต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน

ผลกระทบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย

ลูกค้า
พนักงาน
สังคมและชุมชน
ผู้ถือหุ้น
คู่ค้าหรือผู้รับเหมา

บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน การทำผิดจรรยาบรรณทางธุรกิจ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อให้บริษัทสามารถระบุคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูงและดำเนินการแก้ไขปรับปรุงได้อย่างเหมาะสม โดยจะช่วยป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของบริษัทและต่อผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ในการรักษาสินค้าและบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านคุณภาพและความความยั่งยืน พร้อมกับการรักษาสัมพันธภาพที่ดีในระยะยาว

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

เพื่อสร้างความมั่นใจ และให้สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทจึงกำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและส่งเสริมความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้บริษัทสามารถส่งมอบบริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และต่อเนื่องตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย

เป้าหมายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน

บริษัทกำหนดเป้าหมายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงานด้านการพัฒนานวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงกระบวนการทำงานและการให้บริการ โดยในปี 2568 มีโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบตรวจสอบและควบคุมอาคารอัตโนมัติ (Building Automation Monitoring System: BAMS) ในอาคารด่านเก็บค่าผ่านทาง จำนวน 18 อาคาร และโครงการระบบจัดการข้อร้องเรียนการเดินทางด้วยบัตรอีเอ็มวี (EMV Customer Claim) ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการจำแนกและจัดหมวดหมู่ข้อมูลข้อร้องเรียนโดยอัตโนมัติ และกำหนดเป้าหมายให้อัตราการปิดข้อร้องเรียนมากกว่า 80%

ผลการดำเนินงานในปี 2568 พบว่า โครงการพัฒนาระบบ BAMS สามารถพัฒนาและติดตั้งระบบ BAMS ได้ครบทั้ง 18 อาคาร คิดเป็น 100% ของเป้าหมายที่กำหนด และโครงการระบบจัดการข้อร้องเรียนการเดินทางด้วยบัตร EMV อยู่ในช่วงศึกษาและทดลองระบบ โดยมีการทดสอบรับข้อร้องเรียน จำนวน 9,882 รายการ ซึ่งระบบสามารถปิดข้อร้องเรียนได้ จำนวน 9,697 รายการ คิดเป็น 98.13% เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ การพัฒนาระบบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงกระบวนการทำงานในรูปแบบดิจิทัล (Digital Process) โดยช่วยลดขั้นตอนงานเอกสารและการดำเนินงานบางส่วนในรูปแบบออนไซต์ สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เช่น การลดการเดินทางเพื่อปฏิบัติงาน ส่งผลให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและคุณภาพมากยิ่งขึ้น

โครงการพัฒนาระบบตรวจสอบและควบคุมอาคารอัตโนมัติ (Building Automation Monitoring System: BAMS) – จำนวนสะสมของอาคารด่านเก็บค่าผ่านทางที่ได้รับการติดตั้งระบบ BAMS
เป้าหมาย
เป้าหมาย 2568
18
อาคารด่าน
เป้าหมาย 2569
46
อาคารด่าน
ผลการดำเนินงานปี 2568
18
อาคารด่าน
โครงการระบบจัดการข้อร้องเรียนการเบิกค่าโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (EMV Customer Claim) – อัตราการร้องเรียนในเรื่องของระบบ
เป้าหมาย
เป้าหมาย 2568
>80%
เป้าหมาย 2569
ND
ผลการดำเนินงานปี 2568
98.13%

นโยบายและแนวปฏิบัติ

บริษัทกำหนดนโยบายการส่งเสริมนวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจ โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นส่งเสริมการปรับปรุง กระบวนการทำงาน และพัฒนานวัตกรรมที่ก่อให้เกิดมูลค่าต่อการดำเนินธุรกิจเพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจแก่พนักงานเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับปรุงกระบวนการทำงาน และเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร ตลอดจนเสริมสร้างบรรยากาศและเวทีให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงออกทางความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รวมถึง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กระบวนการพัฒนานวัตกรรม

กระบวนการพัฒนานวัตกรรม
ในปี 2568

บริษัทได้ลงทุนด้านการวิจัยและ/หรือพัฒนานวัตกรรม รวมถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรม รวมทั้งสิ้น 13โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 99.40 ล้านบาท ดังนี้

นวัตกรรม
13 โครงการ
การพัฒนานวัตกรรม (พัฒนาเอง/ร่วมพัฒนา)
6 โครงการ
การประยุกต์ใช้นวัตกรรม
7 โครงการ
มูลค่าการลงทุนรวมกว่า
99.40 ล้านบาท
การพัฒนานวัตกรรมของบริษัท (พัฒนาเอง/ร่วมพัฒนา)

บริษัทดำเนินโครงการพัฒนานวัตกรรมที่สำคัญ จำนวน 6 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3.68 ล้านบาท อาทิ โครงการพัฒนาระบบตรวจสอบและควบคุมอาคารอัตโนมัติ (Building Automation Monitoring System: BAMS) โครงการระบบจัดการข้อร้องเรียนการเดินทางด้วยบัตรอีเอ็มวี (EMV Customer Claim) โครงการติดตั้งเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยไซเบอร์ขั้นสูงบนอุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint Detection and Response: EDR) โครงการพัฒนาระบบให้พนักงานควบคุมสามารถควบคุมการทำงานระบบเก็บค่าผ่านทางผ่านการควบคุมทางไกล และโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเก็บค่าผ่านทางแบบเงินสด ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนา ทดสอบการใช้งาน และเริ่มดำเนินการใช้งานไปแล้วบางส่วน โดยบริษัทมีแผนดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานและการให้บริการ

การประยุกต์ใช้นวัตกรรม

บริษัทดำเนินโครงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมจำนวน 7 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 95.72 ล้านบาท อาทิ โครงการติดตั้งระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP) โครงการติดตั้งระบบบริหารการจราจรขั้นสูง (Advanced Traffic Management System: ATMS) และโครงการติดตั้งระบบวิเคราะห์วิดีโออัจฉริยะ (Intelligent Video Analytic: IVA)

ทั้งนี้ บริษัทพบว่าการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมเหล่านี้สามารถประหยัดเงินลงทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงพัฒนากระบวนการทำงานและการให้บริการให้มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล สร้างเสริมความได้เปรียบในการแข่งขันเชิงธุรกิจของบริษัท และตอบสนองต่อความต้องการและคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียได้เป็นอย่างดี

ตัวอย่างการพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่นำมาใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานและการให้บริการ

วัตถุประสงค์

  • เพื่อใช้ในการติดตามและตรวจสอบ (Monitoring) สถานะของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารด่านและศูนย์ควบคุมผ่านระบบเว็บแอปพลิเคชัน (Web Application)
  • เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า
  • เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในรูปแบบดิจิทัล (Digital Process)

ประโยชน์ต่อธุรกิจ

  • ลดต้นทุนในการพัฒนาระบบ เนื่องจากพัฒนาโดยพนักงานบริษัท (เงินลงทุน 0 บาท)
  • ลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์และค่าบำรุงรักษาได้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อโครงการ (46 อาคารด่าน)
  • ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานแบบออนไซต์บางส่วน
  • เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบและวิเคราะห์เหตุขัดข้อง
  • สนับสนุนการวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

ประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

  • ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากการเดินทางเพื่อปฏิบัติงาน
  • ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการบำรุงรักษา
  • การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

วัตถุประสงค์

  • เพื่อพัฒนาและนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการจำแนกข้อร้องเรียน
  • เพื่อสนับสนุนการลดขั้นตอนการดำเนินงานด้วยมนุษย์บางส่วน
  • เพื่อสนับสนุนกระบวนการประมวลผลข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล

ประโยชน์ต่อธุรกิจ

  • ลดต้นทุนในการพัฒนาระบบ เนื่องจากพัฒนาโดยพนักงานบริษัท (เงินลงทุน 0 บาท)
  • ลดระยะเวลาและต้นทุนในการประมวลผลข้อมูล
  • เพิ่มความถูกต้องและความสม่ำเสมอในการจัดหมวดหมู่และการตัดสินใจ
  • ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ และช่วยให้สามารถมุ่งเน้นงานเชิงวิเคราะห์หรือเชิงกลยุทธ์มากขึ้น
  • สนับสนุนการนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ

ประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

  • ช่วยให้การจัดการข้อร้องเรียนเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ส่งผลให้ผู้ใช้บริการได้รับการตอบสนองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ลดการใช้ทรัพยากรกระดาษ
  • ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน
  • สนับสนุนการดำเนินงานในรูปแบบดิจิทัล (Digital Process)

การสื่อสารและเผยแพร่นวัตกรรม

นอกจากการพัฒนานวัตกรรมภายในองค์กรแล้ว บริษัทยังมุ่งส่งเสริมความรู้ด้านนวัตกรรมให้แก่ทุกภาคส่วนผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น การออกบูธกิจกรรมนิทรรศการเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับหน่วยงานในอุตสาหกรรมการขนส่งด้วยระบบราง การจัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับหน่วยงานในอุตสาหกรรมการคมนาคมและระบบราง การจัดกิจกรรมการศึกษาและการเยี่ยมชมเพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการให้บริการ การปฏิบัติงานควบคุมการเดินรถระบบราง งานซ่อมบำรุง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร

ในปี 2568

บริษัทได้เข้าร่วมออกบูธนิทรรศการ และ รองกรรมการผู้จัดการ บริหาร ของบริษัท ได้นำเสนอการบรรยายหัวข้อ “Progress to Strengthen Cyber Resilience” ในงาน Asia Pacific Rail 2025 เพื่อเผยแพร่ผลงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการในระดับนานาชาติ สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของบริษัทในเวทีระดับเอเชียของระบบราง

นอกจากนี้ บริษัทยังให้การต้อนรับคณะเยี่ยมชมการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 97 คณะ จำนวน 6,122 คน จากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อาทิ คณะผู้บริหารจากสภาวิศวกร คณะ UITP Asia -Pacific Urban Rail Platform (UITP APURP)

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด คณะอาจารย์และนักศึกษาจากโรงเรียนธุรกิจวอร์ตัน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา คณะกรรมการด้านคมนาคม เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Municipal Transportation Commission: SMTC) สาธารณรัฐประชาชนจีน คณะผู้เข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตรการทำลายวัตถุระเบิด รุ่นที่ 22 กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะผู้บริหารและผู้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตร จากมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (Institute of Research and Development for Public Enterprises: IRDP) คณะเยาวชนและเจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 45 กรมการปกครอง

คณะเยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัททั้งสิ้น
97 คณะ รวม 6,122 คน

เอกสารที่เกี่ยวข้อง