การเคารพสิทธิมนุษยชน

เป้าหมายที่ 5:
เป้าหมายที่ 10:
เป้าหมายที่ 16:
แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญและเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
จึงกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Policy) โดยให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ครอบคลุมถึงผู้รับเหมา คู่ค้า และบริษัทร่วมที่เกี่ยวข้องกับบริษัท มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนโดยไม่แบ่งแยกหรือกีดกันด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา สังคม ทรัพย์สิน ถิ่นกำเนิด ความคิดเห็นทางการเมือง หรือสถานะอื่น ๆ ตระหนักในสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองที่มีต่อสังคมและบุคคลอื่น ต่อต้านการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานทาส และการใช้แรงงานเด็กทุกรูปแบบ ทั้งนี้พนักงานใหม่ทุกคนต้องได้รับการฝึกอบรม และลงนามรับทราบจรรยาบรรณที่ครอบคลุมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทในการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ และต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ผลกระทบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย
ในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้ประเด็นสิทธิมนุษยชนมีความซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น การละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งจากการเลือกปฏิบัติ (Discrimination) และการคุกคาม (Harassment) เป็นสิ่งที่บริษัทมีความเสี่ยง อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนได้โดยไม่ได้ตั้งใจ และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่น หรือรายได้ของบริษัท ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญในการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงจากเหตุอันไม่พึงประสงค์ต่อผู้มีส่วนได้เสียและกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เพื่อเสริมสร้างการให้บริการที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภายในบริษัทตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
บริษัทมุ่งมั่นเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมอย่างยั่งยืน
โดยสนับสนุนและปฏิบัติตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact : UNGC) และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่าง ประเทศ (International Labor Organization : ILO) และส่งเสริมการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็น ธรรม ปราศจาก การเลือกปฏิบัติ และให้อิสรภาพในการแสดงออกทางความคิดและความรู้สึก รวมถึงมี การออกแบบระบบการขนส่งที่เป็น ไปตามหลักสากลเพื่ออำนวยความสะดวกคนทุกกลุ่มให้สามารถเข้าถึง บริการได้ สร้างความพึงพอใจ และสนับสนุนการ เข้าถึงบริการของคนทุกกลุ่ม นอกจากนี้บริษัทยังจัดให้มี ช่องทางการสื่อสารและการรับข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงมาตรการบรรเทา แก้ไข และเยียวยา ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม
เป้าหมายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน
บริษัทกำหนดเป้าหมายด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าเป็น 0 กรณี โดยผลการดำเนินงานในปี 2568 พบว่าไม่มีกรณีการละเมิด สิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ บริษัทได้มีการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุม การดำเนินงานในห่วงโซ่คุณค่าบริษัทของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียอีก 4 กลุ่ม ได้แก่ เจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้น สื่อมวลชน และหน่วยงานกำกับดูแลและภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการทบทวน โดยคาดว่าจะมีการดำเนินการแล้วเสร็จเพื่อนำเสนอเป็นรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ/หรือ คณะกรรมการบริษัทในปี 2569
นโยบายและแนวปฏิบัติ
บริษัทประกาศนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ สีผิว เพศ เพศสภาพ กลุ่มเปราะบาง หรือความพิการ ภาษา ศาสนา สังคม ทรัพย์สิน ถิ่นกำเนิด ความคิดเห็นทางการเมือง หรือสถานะอื่น ๆ ทั้งนี้บริษัทดำเนินงานโดยยึดมั่นตามมาตรฐานสากล ได้แก่ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights : UDHR) ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact : UNGC) หลักการชี้แนะของสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) ปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) และระเบียบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (General Data Protection Regulation : GDPR) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ
บริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำหน้าที่กำกับดูแล กำหนดนโยบายและทิศทาง ตลอดจนทบทวนผลการดำเนินงานด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และกำหนดให้งานทรัพยากรมนุษย์และองค์กรรับผิดชอบในการดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดให้มีช่องทางรับข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการติดตาม บรรเทา แก้ไข และเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายและแนวปฏิบัติของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
บริษัทได้ดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence : HRDD) และจัดให้มีช่องทางการสื่อสารและการรับข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งกำหนดมาตรการบรรเทา แก้ไข และเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทได้กำหนดเกณฑ์เพื่อใช้สำหรับวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย โดยพิจารณาจากระดับความสนใจในการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียต่อบริษัท และระดับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทต่อผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่ากลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่มีความสำคัญต่อบริษัท 4 อันดับแรก ได้แก่
บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน และพิจารณากำหนดมาตรการควบคุมและมาตรการบรรเทาผลกระทบที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงพัฒนามาตรการเพื่อลดโอกาสการเกิดหรือความรุนแรงของผลกระทบจากประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนดังกล่าวให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ
ทั้งนี้ บริษัทได้ประเมินและระบุความเสี่ยงที่สำคัญจำนวน 5 ข้อ จากทั้งหมด 35 ข้อ 1/ ดังนี้ ข้อ 11 สิทธิความเป็นส่วนตัว ข้อ 19 สิทธิในการแสดงความคิดเห็น เข้าถึงข้อมูล และแสดงออก ข้อ 21 สิทธิในเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม เพื่อปกป้องประโยชน์ของตน ข้อ 24 สิทธิในการทำงาน และข้อ 28 สิทธิด้านสุขภาพ
หลังจากนั้น บริษัทได้จัดลำดับความเสี่ยงโดยพิจารณาเกณฑ์ระดับความรุนแรงของผลกระทบและระดับโอกาสที่จะเกิดผลกระทบเป็น 5 ระดับ ได้แก่ สูงมาก สูง ปานกลาง ต่ำ และต่ำมาก และใช้แผนที่ความเสี่ยงจำแนกออกเป็นความเสี่ยง 4 ระดับ ได้แก่ สูงมาก สูง ปานกลาง และต่ำ
หมายเหตุ 1/ Universal Declaration on Human Rights และ International Covenant on Civil and Political Rights
ความเท่าเทียมและการเคารพสิทธิมนุษยชนภายในบริษัท
บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาและส่งเสริมความหลากหลายในกลุ่มพนักงาน และการจัดการประเด็นด้านแรงงานอย่างเป็นระบบ โดยดำเนินการตามกฎหมายแรงงานและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดและไม่สนับสนุนกิจการที่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ ซึ่งแนวปฏิบัติดังกล่าวได้กำหนดไว้ในจรรยาบรรณบริษัท (Code of Conduct) ภายใต้หัวข้อความรับผิดชอบต่อผู้บริหารและพนักงาน โดยครอบคลุมการจ้างงานอย่างเป็นธรรม การไม่สนับสนุนหรือจ้างแรงงานเด็กและไม่มีการใช้แรงงานบังคับ การปฏิบัติงานที่เท่าเทียมกัน ไม่กระทำการซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติในทุกด้าน เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ถิ่นกำเนิด เพศ อายุ ชนชั้น การศึกษา ความเห็นทางการเมือง ตลอดจนไม่จำกัดบุคคลพิการหรือสูงอายุ จากความหลากหลายดังกล่าวนี้จะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านความคิด วัฒนธรรม มุมมอง และประสบการณ์ อันนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ (Knowledge Management : KM) ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัท
บริษัทตระหนักถึงการดูแลสุขภาพและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคคลพิการ โดยมุ่งยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้ดีขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมให้คนพิการได้มีโอกาสแสดงศักยภาพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550
ในปี 2568

นอกจากนี้ บริษัทยังคำนึงถึงความหลากหลายทางสังคมและสนับสนุนการยอมรับในความหลากหลาย (Diversity & Inclusion) โดยเชื่อว่าความหลากหลายสามารถนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ และก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ และมุมมองที่แตกต่าง ซึ่งสามารถช่วยพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาได้รอบด้านมากขึ้น บริษัทจึงส่งเสริมให้มีการปฏิบัติต่อพนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียม เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการทำงาน การกำหนดชั่วโมงการทำงานให้สอดคล้องตามมาตรฐานกฎหมายแรงงาน การให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการอย่างเป็นธรรม และให้สิทธิในการรวมกลุ่มจัดตั้งชมรมต่าง ๆ
นอกจากนั้น บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงาน โดยจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม เช่น การจัดให้มีสวัสดิการสมรสพนักงานครอบคลุมทุกเพศ รวมถึงพนักงาน LGBTQIA+ การจัดห้องพักพนักงานทุกพื้นที่ เครื่องแบบพนักงาน สถานที่ออกกำลังกาย ยา และเวชภัณฑ์ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการที่มาจากการเลือกตั้งของพนักงาน ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการรับฟังและรวบรวมข้อเสนอแนะด้านสวัสดิการและสภาพแวดล้อมการทำงาน เพื่อนำเสนอข้อคิดเห็นต่อฝ่ายบริหารอย่างเป็นระบบ
ความหลากหลายของบุคลากร
คณะกรรมการสวัสดิการ
คณะกรรมการสวัสดิการและการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน มีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตรและเป็นธรรม โดยทำหน้าที่เสนอแนะและร่วมพิจารณาการจัดสวัสดิการพนักงาน ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงรับฟังและพิจารณาประเด็นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสวัสดิการและสิทธิของพนักงานด้านต่าง ๆ และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี โดยคณะกรรมการประกอบด้วยตัวแทนพนักงานที่ได้รับการเลือกตั้งจากพนักงานในสถานประกอบกิจการ และทำหน้าที่หารือร่วมกับนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของพนักงาน ทั้งนี้ บริษัทจัดให้มีการประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการอย่างน้อยทุก 3 เดือน โดยมีการบันทึกการประชุมเพื่อนำข้อเสนอแนะไปปรับใช้กับการดำเนินนโยบายและการดำเนินงานต่าง ๆ เช่น ส่วนลดค่ารักษาพยาบาล การจัดอบรมให้กับพนักงานเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุ การจัดชุดคลุมท้องสำหรับเพื่อนพนักงานหญิงที่ตั้งครรภ์ และสวัสดิการสมรสพนักงาน LGBTQIA+ เป็นต้น
ความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ
บริษัทมุ่งที่จะส่งมอบบริการที่ดีให้กับผู้ใช้บริการทุกกลุ่มโดยเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดความเสมอภาคแก่บุคคล ทั้งบุคคลทั่วไป และบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการทุกประเภท โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้บริการทุกกลุ่มสามารถเข้ามาใช้บริการได้ (Universal Design) ทั้งบริเวณสถานีและขบวนรถไฟฟ้า เช่น ลิฟต์โดยสาร บันได ทางลาดที่จอดรถเข็นผู้พิการบนขบวนรถ ปุ่มเตือนสำหรับผู้พิการทางสายตา จุดรอรถไฟฟ้าสำหรับคนพิการทั้งในสถานีและในขบวนรถไฟฟ้า ห้องน้ำผู้พิการ/ผู้สูงอายุ ที่จอดรถ ป้ายและสัญลักษณ์ รวมถึงการส่งมอบบริการ และการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยจากพนักงานประจำสถานี เพื่อสร้างความประทับใจ มั่นใจให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นอกจากนี้ บริษัทยังได้อนุญาตให้นำสุนัขนำทาง ของผู้พิการทางสายตาเข้ามาบริเวณสถานี รวมถึงจักรยานหรือพาหนะพับได้ เพื่อส่งเสริมการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ

ทางลาด

ลิฟต์โดยสาร

พื้นผิวต่างสัมผัสแสดงพื้นเปลี่ยนระดับ

วีลแชร์ในสถานีรถไฟฟ้า

การบริการผู้พิการ หรือต้องการความช่วยเหลือ

ป้ายบอกทาง ป้ายสัญลักษณ์
ทั้งนี้ บริษัทยังเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อร้องเรียน หรือข้อห่วงกังวลอื่น เกี่ยวกับการให้บริการและความสะดวกจากผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการ ให้สามารถส่งมอบการบริการที่ดีให้กับผู้ใช้บริการทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน

การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนต่อสังคมและชุมชน
บริษัทมีแนวทางในการสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนและสังคม โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายชุมชนที่ได้รับหรืออาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัท อาทิ ชุมชนใกล้ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า ชุมชนบริเวณรายรอบเส้นทางทางพิเศษและรถไฟฟ้า โดยแบ่งเป็น 3 TIER ได้แก่
- TIER 1 ชุมชนอ่อนไหว ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท
- TIER 2 ชุมชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ หรืออาจได้รับผลกระทบในอนาคต
- TIER 3 ชุมชนรายรอบเส้นทางทางพิเศษและรถไฟฟ้า
ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดแผนการสำรวจความต้องการและความคาดหวัง รวมถึงผลกระทบที่ได้รับของชุมชนและสังคม ผ่านกระบวนการสำรวจข้อกังวลของชุมชนและสังคมที่อาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากการดำเนินงานของบริษัท โดยดำเนินการผ่านหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการรับเรื่องร้องเรียน และส่วนธุรกิจสัมพันธ์ที่ลงพื้นที่เพื่อสำรวจปัญหาและข้อเสนอแนะจากชุมชนและสังคม เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไข ปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ในปี 2568 บริษัทได้รับข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนจากชุมชน จำนวน 5 กรณี ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการวิเคราะห์และจำแนกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
- ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชนรายรอบเส้นทางทางพิเศษ จำนวน 1 กรณี โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลกระทบจากการใช้พื้นที่และการดูแลพื้นที่ตามแนวเส้นทางพิเศษ เช่น ชุมชนที่พักอาศัยใกล้เขตทางพิเศษได้แจ้งประเด็นเกี่ยวกับการจัดเก็บกิ่งไม้และเศษวัสดุภายหลังการตัดแต่งต้นไม้ ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
- ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชนรายรอบเส้นทางรถไฟฟ้าและศูนย์ซ่อมบำรุง จำนวน 4 กรณี โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการให้บริการ เช่น ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงสถานีลาดพร้าวได้แจ้งประเด็นเกี่ยวกับเสียงรบกวนจากอุปกรณ์ภายในอาคารระบายอากาศของสถานีรถไฟฟ้า ทั้งนี้ บริษัทได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว เพื่อควบคุมระดับเสียงให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและลดผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง

ช่องทางร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทได้จัดให้มีช่องทางร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนจากผู้มีส่วนได้เสีย โดยเมื่อได้รับข้อร้องเรียนจะมีการส่งเรื่องไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบพร้อมกำหนดระยะเวลาการดำเนินการ ทั้งนี้ บริษัทมีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยโดยปกปิดชื่อผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแส รวมถึงมีการตรวจสอบ ติดตาม กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน และดำเนินการแก้ไขเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบตามกฎหมาย หรือ กฎระเบียบ ข้อบังคับของบริษัท
โดยสามารถร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้


การสอบสวนและพิจารณาข้อร้องทุกข์และการยุติข้อร้องทุกข์
บริษัทมุ่งมั่นในการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยให้ความสำคัญและความเป็นธรรมสำหรับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย จึงได้กำหนดกระบวนการรับเรื่องร้องทุกข์ โดยบริษัทจะต้องมีการชี้แจงให้ผู้ร้องเรียนทราบภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์ หากผู้ร้องเรียนยังไม่ได้รับคำชี้แจง ผู้ร้องเรียนสามารถร้องทุกข์ในเรื่องเดิมได้
นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ และยังให้หลักประกันแก่ผู้ร้องเรียนและผู้เกี่ยวข้องว่าการร้องทุกข์ดังกล่าวจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ เพื่อให้ทุกคนสามารถแสดงออกถึงความคิดเห็นและข้อกังวลได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับผลกระทบใด ๆ และจะไม่เป็นเหตุให้พนักงานถูกเลิกจ้าง ลงโทษ (กรณีที่ผู้ร้องเรียนเป็นพนักงาน)
ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยุติข้อร้องทุกข์และมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน สามารถศึกษาได้ในบทการกำกับดูแลกิจการที่ดี












