เป้าหมายที่ 3:
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
เป้าหมายที่ 8:
งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เป้าหมายที่ 11:
เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

บริษัทได้จัดทำนโยบายและระบบการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

เพื่อควบคุมดูแลและป้องกันการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยจากการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และคู่ค้าทั้งหมดภายในพื้นที่สถานประกอบการที่รับผิดชอบโดยบริษัท รวมถึงทบทวนและติดตามผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ผลกระทบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย

ลูกค้า
พนักงาน
สังคมและชุมชน

การดำเนินด้านความปลอดภัยที่ไม่มีประสิทธิภาพและการขาดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากการทำงานที่อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของธุรกิจ เพิ่มต้นทุนในการรักษาพยาบาลและชดเชยการสูญเสีย และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท อีกทั้งอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพนักงานหรือผู้รับเหมาได้ รวมถึงอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของลูกค้า

ดังนั้น บริษัทจึงดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด ซึ่งการให้ความสำคัญด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของฝ่ายบริหาร และการสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยของบริษัท เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันและลดจำนวนการบาดเจ็บและเสียชีวิตของผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงลดความเสียหายของทรัพย์สินและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

บริษัทมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด

รวมทั้งสร้างความไว้วางใจและความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าด้วยมาตรการด้านความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ และการดูแลและทดสอบสภาพของโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ มีระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001 และการฝึกอบรมและสนับสนุนให้พนักงานได้มีส่วนร่วมและให้ข้อคิดเห็นในการดำเนินการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

เป้าหมายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน

เพื่อให้บริษัทมีผลการดำเนินงานด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่ดี บริษัทได้มีการกำหนดแผนการพัฒนาวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยเชิงบวก (Positive Safety Culture) เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) พฤติกรรมปลอดภัย (Safety Behavior) การเอื้ออาทร (Caring) และการมีส่วนร่วม (Involvement) ให้แก่พนักงานในทุกระดับขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

หมายเหตุ :

1/ การบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (Lost-Time Injury Frequency Rate: LTIFR) หมายถึง การบาดเจ็บจากการทำงานที่ส่งผลทำให้พนักงาน และ/หรือ ผู้รับเหมา ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามปกติได้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 วัน หรือ หนึ่งกะเต็ม

2/ การบาดเจ็บขั้นรุนแรง หรือ การบาดเจ็บที่มีผลกระทบร้ายแรง ไม่สามารถรักษาจนหายดีได้ภายใน 6 เดือน

3/ การบาดเจ็บจากการทำงานขั้นรุนแรง หมายถึง การบาดเจ็บจากการทำงานที่มีผลกระทบร้ายแรง ไม่สามารถรักษาจนหายดีได้ภายใน 6 เดือน

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการติดตามผลการดำเนินงานทั้งในด้านสถิติอัตราการบาดเจ็บ และผลการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีการลงพื้นที่ร่วมกันระหว่างทีมผู้บริหาร พนักงาน และผู้รับเหมา เพื่อรับฟังปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่พบในการปฏิบัติงาน รวมถึงชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ทำงาน พร้อมกับสนับสนุนให้พนักงานประเมินความเสี่ยงก่อนทำงานทุกครั้งและกล้าในการ “การหยุดงานเมื่อไม่ปลอดภัย” หรือ “Stop Work Authority” หากพบว่ามีความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

จากการรับฟังปัญหาและประเมินผลข้อมูลการดำเนินงานข้างต้นจะถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการทบทวนและปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย เช่น การเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบสภาพแวดล้อมการทำงาน การติดตามเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) และการปรับปรุงหลักสูตรฝึกอบรมให้สอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงของแต่ละหน่วยงาน เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของบริษัทมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) และสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 45001

นโยบายและแนวปฏิบัติ

บริษัทกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสุขภาพและความปลอดภัย และระบบการบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ครอบคลุมการปฏิบัติงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และคู่ค้าทั้งหมดภายในพื้นที่สถานประกอบการที่รับผิดชอบโดยบริษัท นโยบายและระบบการบริหารจัดการนี้ถูกพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 นอกจากนี้ ระบบการบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของธุรกิจระบบราง ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 45001 ทั้งนี้ บริษัทมีแผนขยายการรับรองตามมาตรฐาน ISO 45001 ให้ครอบคลุมถึงธุรกิจทางพิเศษในปี 2570

โครงสร้างคณะกรรมการความปลอดภัย

บริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการความปลอดภัย (Safety Committee) มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการ สั่งการ ประสานงาน ติดตามและทบทวนเพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการและการบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามนโยบาย กฎหมาย และมาตรฐาน มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามที่กำหนด และติดตามผลการดำเนินการของคณะอนุกรรมการต่าง ๆ ตามโครงสร้างคณะกรรมการด้านความปลอดภัย อาทิ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงที่กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งกำหนดให้มีตัวแทนของพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการรับฟังข้อเสนอแนะของพนักงานซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานจริง ที่สำคัญตัวแทนพนักงานยังเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้พนักงานคนอื่นรับรู้ได้อย่างทั่วถึง โดยคณะกรรมการความปลอดภัยมีการประชุมเพื่อรายงานผลการดำเนินงานทุก 2 เดือน ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการความปลอดภัยผู้รับเหมา และคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีการจัดประชุมทุกเดือน โดยหัวหน้างาน หรือผู้บริหาร ต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน หรือระดับบริหารให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

บริษัทมีการรายงานผลการดำเนินงานด้านสุขภาพและความปลอดภัย (อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมา และความปลอดภัยของลูกค้า) แก่คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมีบทบาทในการดูแล ติดตาม ส่งเสริม และพัฒนากระบวนการด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ พนักงาน รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจของบริษัท เป็นรายไตรมาส


การรับรองมาตรฐาน

บริษัทได้รับการรับรองระบบการบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของธุรกิจระบบราง มาตรฐาน ISO 45001 ระหว่างปี 2567-2568 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 72% ของธุรกิจ โดยบริษัทมีแผนขยายการรับรองตามมาตรฐาน ISO 45001 ให้ครอบคลุมถึงธุรกิจทางพิเศษ ในปี 2570


ระบบการบริหารจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเกณฑ์และข้อกำหนดด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยลงไปในสัญญาจ้างผู้รับเหมาและคู่ค้า รวมถึงผู้เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลภายนอกที่จะปฏิบัติงานภายในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยบริษัทนั้นจะต้องปฏิบัติตามนโยบายและระบบการบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัท และให้ความร่วมมือในการลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อตัวเอง พนักงานของบริษัท และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้แก่

การกำหนดเกณฑ์และข้อกำหนดด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ภายใต้ระบบบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย บริษัทได้มีการกำหนดเป้าหมายประจำปีที่ต้องมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ชี้บ่ง (Hazard and Risk Identification) อ้างอิงจากตัวชี้วัดด้านความปลอดภัย (Safety Performance Indicators) ที่บริษัทกำหนด คือตัวชี้วัดจำนวนผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส (Major or High-consequence) และตัวชี้วัดจำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบ่งตามความรุนแรงเหตุการณ์ รวมถึงจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย (Minor Injuries) เป้าหมายสูงสุดของบริษัทคือการไม่มีอุบัติเหตุที่มีผลกระทบร้ายแรงเกิดขึ้น

บริษัทพัฒนาแผนงานประจำปีให้สัมพันธ์กับเป้าหมายประจำปีโดยพิจารณาแผนงานจากความจำเป็นในการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม หรือสอดคล้องกับความเสี่ยงใหม่ การตรวจสอบและติดตามด้านความปลอดภัยโดยหน่วยงานภายในและผู้ตรวจประเมินจากภายนอกบริษัท (Internal Safety Inspection/Audit and External Audit) การทบทวนความคาดหวังและการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และความสอดคล้องต่อข้อกำหนดตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจากการดำเนินงานตามแผนงานบริษัทจะทำการบันทึกข้อมูลตามตัวชี้วัดความสำเร็จเพื่อประเมินผลการดำเนินงานตามเป้าหมายประจำปีที่สำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจะทบทวนและปรับปรุงแผนงานทันทีในระหว่างปีหากพบว่าการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย


กระบวนการจัดการความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

บริษัทกำหนดให้มีกระบวนการจัดการความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท ครอบคลุมการดำเนินงานของพนักงานและผู้รับเหมา ทั้งโครงการที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบันและโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่บริษัทยอมรับได้ โดยพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน งานระบบและอุปกรณ์ ลักษณะและความถี่ของกิจกรรม ปัจจัยมนุษย์ (Human Factors) โครงสร้างองค์กร ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริบททางเศรษฐกิจและสังคม

ขั้นตอนการบริหารจัดการความเสี่ยง
ขั้นตอนการบริหารจัดการความเสี่ยง

สำหรับโครงการที่บริษัทเปิดให้บริการอยู่ บริษัทอ้างอิงข้อมูลที่ใช้ประกอบการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง ได้แก่ รายงานของพนักงาน รายงานเหตุการณ์ (Incident Report) รายงานสืบสาเหตุเหตุการณ์ (Incident Investigation Report) ผลการตรวจสอบความปลอดภัย (Safety Inspection) รวมถึงข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้เสีย โดยเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้รับเหมาเข้ามามีส่วนร่วมในการรายงานอันตรายหรือสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยมายังฝ่ายบริหารความปลอดภัยซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้ข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงสะท้อนสภาพการทำงานจริงในทุกพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง

ในด้านการควบคุมความเสี่ยง บริษัทมีการทบทวนและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยตามลักษณะงานที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ งานซ่อมบำรุงที่ต้องปฏิบัติงานบนท้องถนน งานที่มีโอกาสสัมผัสสารเคมีจากกระบวนการซ่อมบำรุงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังค่าปัจจัยด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม โดยแต่ละประเภทงานมีการกำหนดมาตรการควบคุม การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม การจัดพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องตามมาตรฐานความปลอดภัย และยังจัดให้มีการตรวจสุขภาพตามหลักอาชีวอนามัยเป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้ บริษัทมีการทบทวนมาตรการควบคุมความเสี่ยงและสภาพแวดล้อมพื้นที่จริงอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจวัดสภาพแสง คุณภาพอากาศ แบคทีเรีย เชื้อรา เป็นต้น และการประเมินความพร้อมและสุขภาพของพนักงานก่อนการเข้าปฏิบัติงาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงหรือข้อผิดพลาดที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยต่อพนักงาน ผู้รับเหมา ผู้ใช้บริการ และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ

บริษัทมีการทบทวนทะเบียนอันตราย (Hazard Log) ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับกำหนด ปรับปรุง หรือเสริมมาตรการควบคุมความเสี่ยงให้เหมาะสมกับลักษณะงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานแต่ละประเภท

บริษัทมีการชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง เช่น การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน หรือการเพิ่มขอบเขตงานใหม่ พร้อมทั้งมีมาตรการควบคุมความเสี่ยงและการพิจารณาทบทวนและปรับปรุงทะเบียนอันตราย (Hazard Log) อย่างเหมาะสม

สำหรับโครงการใหม่ (New Project) ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งจำเป็นต้องทำการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ (Due Diligence) หากมีการดำเนินการในอนาคต การชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงควรต้องได้รับการดำเนินการก่อนการรับมอบหรือการรับช่วงการดำเนินการเพื่อยืนยันความปลอดภัยเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ บริษัทมุ่งดำเนินการตามกระบวนการจัดการความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดการความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมีความครอบคลุม รองรับการเปลี่ยนแปลง และสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรให้เป็นไปตามหลักความปลอดภัยและความยั่งยืนในระยะยาว


กระบวนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย

บริษัทมีการดำเนินงานด้านความปลอดภัยโดยใช้กระบวนการวงจรบริหารคุณภาพ (Plan Do Check Act : PDCA) เพื่อใช้ในการวางแผน ปรับปรุง และพัฒนา โดยเน้นการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ดังนี้


การจัดการและการสืบหาสาเหตุการเกิดเหตุการณ์

บริษัทกำหนดให้มีกระบวนการจัดการและการสืบหาสาเหตุการเกิดเหตุการณ์ ครอบคลุมการกำหนดขอบเขต การรวบรวมหลักฐาน การวิเคราะห์ข้อมูล การทบทวนลำดับเหตุการณ์ การวิเคราะห์รากสาเหตุ (Root Cause Analysis) และประเมินความเสี่ยง โดยจะนำข้อมูลที่ได้มาไปเปรียบเทียบกับทะเบียนอันตราย (Hazard Log) ผู้รับผิดชอบจะต้องทำการประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติมหากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอันตรายใหม่ที่ยังไม่มีในทะเบียนอันตราย เมื่อทราบถึงสาเหตุและความเสี่ยงแล้ว บริษัทจะเสนอมาตรการป้องกันแก้ไขตามหลัก SMARTER Corrective Action ก่อนจัดทำรายงานการสืบสาเหตุเพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะอนุกรรมการควบคุมความเสี่ยงในการดำเนินการแก้ไข จากนั้นจะเผยแพร่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและ/หรือดำเนินการ

ทั้งนี้ หากเหตุการณ์ได้รับการยืนยันว่าเป็นเหตุฉุกเฉิน บริษัทกำหนดให้พนักงานที่เกี่ยวข้องตอบสนองโดยทันทีตามระเบียบปฏิบัติงานเรื่องการจัดการเหตุการณ์ และระเบียบปฏิบัติงานเรื่องการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออันตราย โดยได้จัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น กรณีเกิดโรคระบาดร้ายแรง ซึ่งได้ระบุถึงแนวทางรับมือและขั้นตอนการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนการดำเนินการตามแผน BCP กรณีเกิดโรคระบาดในบริษัท
การคัดกรองพนักงานกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคระบาดร้ายแรง
การตัดสินใจธุรกิจในระดับสูง
การสื่อสารกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
การแจกจ่ายอุปกรณ์ตรวจคัดกรอง อุปกรณ์ป้องกันโรคระบาดร้ายแรง/ฆ่าเชื้อโรคระบาดร้ายแรง การจัดจ้างผู้รับเหมารักษาความสะอาด/ฆ่าเชื้อโรคระบาดร้ายแรง
การทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อโรคระบาดร้ายแรงในพื้นที่ต่าง ๆ (ในกรณีจำเป็น)
การตรวจคัดกรองพนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนเข้าพื้นที่
การให้บริการเดินรถระหว่างการจัดการอุบัติการณ์
การให้บริการเดินรถเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องทางธุรกิจ
การจัดการระบบสนับสนุนปฏิบัติการ
การให้บริการเดินรถระหว่างกอบกู้สถานการณ์เข้าสู่สภาพเดิม

ความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงานและผู้รับเหมา

บริษัทมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและส่งเสริมวัฒนธรรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมาผ่านการสื่อสาร และการฝึกอบรม โดยบริษัทกำหนดให้พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติงาน เช่น ระเบียบปฏิบัติงาน เรื่อง การจัดการสารเคมีและวัตถุอันตราย ระเบียบปฏิบัติงาน เรื่อง การบริหารจัดการคลังวัสดุสินค้า และปฏิบัติตามมาตรการหรือแนวทางเพื่อป้องกันด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงานและลดความเสี่ยงตามที่บริษัทได้ประเมินไว้ รวมถึงพนักงานทุกคนต้องได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยเบื้องต้น การอบรมดับเพลิงเบื้องต้นและปฐมพยาบาล พร้อมทั้งฝึกอบรมในหลักสูตรอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของหน้าที่ความรับผิดชอบและความเสี่ยง เช่น การทำงานบนที่สูง ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าและการช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และการใช้งานรถยก เป็นต้น การสื่อสารและการฝึกอบรมเหล่านี้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสำรวจวัฒนธรรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัททุก 3 ปี

นอกจากความปลอดภัยในการทำงานแล้ว บริษัทยังส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน และติดตามสุขภาพของพนักงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพให้เหลือน้อยที่สุด โดยจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานเพื่อนำผลการตรวจสุขภาพที่ได้มาใช้สำหรับเป็นข้อมูลพื้นฐานในการเฝ้าระวังโรคและอาการเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยข้อมูลผลการตรวจสุขภาพถือเป็นข้อมูลที่เป็นความลับของพนักงาน นอกจากนั้นยังมีบริการการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อติดตามและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพที่เกิดจากปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยจากการทำงาน นอกจากนี้ บริษัทยังกำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์ด้านสุขภาพ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และการให้ความรู้กับพนักงานและผู้รับเหมาเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ รวมถึงการป้องกันโรคทั่วไปและโรคที่เกิดจากการทำงาน และบริษัทยังจัดให้มีพื้นที่พักผ่อนสำหรับให้พนักงานและผู้รับเหมาสามารถใช้งานร่วมกันได้ เช่น สนามกีฬา และโรงอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร


ความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้โดยสาร ผู้ใช้ทาง และลูกค้าพัฒนาเชิงพาณิชย์

ความปลอดภัยและสุขภาพของผู้โดยสาร ผู้ใช้ทาง และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านค้าภายในสถานี หรือบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง เป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทคำนึงถึง บริษัทจึงดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยของบริษัท เช่น การสื่อสารสร้างความเข้าใจถึงวิธีการใช้งานอุปกรณ์ในระบบ การประชาสัมพันธ์ กฎ ระเบียบปฏิบัติให้กับผู้ใช้บริการ และข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินให้ได้รับทราบครบถ้วน เพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้ถูกต้องและปลอดภัย การเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติอุบัติเหตุจากผู้ใช้บริการเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์และนำไปวางแผนสื่อสารข้อมูลความปลอดภัยให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้บริการเป็นไปในทางที่ถูกต้อง เกิดการกระตุ้นให้เกิดการระมัดระวังของพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้ รวมถึงจัดกิจกรรมสื่อสารด้านความปลอดภัยผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ ได้แก่ การจัดกิจกรรมรณรงค์ภายในสถานี การจัดทำแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์บนสถานี/บนทางพิเศษ สื่อดิจิทัลภายในสถานี และช่องทางโซเชียลมีเดีย เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก บัญชีทางการไลน์ เป็นต้น

เพื่อสร้างความตระหนักรู้และยกระดับความเข้าใจในเรื่องความปลอดภัย การปฏิบัติตนในการใช้บริการให้เหมาะสมและปลอดภัย ข้อควรปฏิบัติที่พึงกระทำ ตลอดจนวิธีการ และช่องทางการแจ้งเหตุในกรณีที่พบเจอเหตุการณ์หรือความน่าจะเป็นในการเกิดอุบัติเหตุุ เพื่อส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัย

การสื่อสารและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์ในระบบ
การประชาสัมพันธ์ กฎ ระเบียบปฏิบัติ และข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
การเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติอุบัติเหตุเพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงมาตรการความปลอดภัย
การจัดกิจกรรมสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเข้าใจในเรื่องความปลอดภัย
การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการให้บริการ การรักษาความปลอดภัย และการกู้ภัย
การติดตั้งอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ
การส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพพนักงานสื่อสารที่เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับหน่วยกู้ภัยและตำรวจ
การจัดให้มีศูนย์ควบคุมทางพิเศษ ที่มีพนักงานสื่อสารเป็นสื่อกลางในการประสานงาน
การส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ การรักษาความปลอดภัย และกู้ภัย

บริษัทส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ การรักษาความปลอดภัย และการกู้ภัย โดยจัดให้มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเพื่อให้สามารถช่วยเหลือและปฏิบัติตามขั้นตอนของการดูแลรักษาความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การช่วยเหลือผู้พิการ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน

สำหรับธุรกิจทางพิเศษ บริษัทจัดให้มีศูนย์ควบคุมทางพิเศษ โดยมีพนักงานสื่อสารทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน ตลอดจนประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานบนทางพิเศษและถนนด้านล่าง เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการทางพิเศษตลอด 24 ชม.

“ในปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน ส่งผลให้บริษัทต้องหยุดการให้บริการรถไฟฟ้าชั่วคราวในวันดังกล่าว เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความกังวลต่อความปลอดภัยในการใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าสายสีม่วง และทางพิเศษทั้ง 3 สายทาง ได้แก่ ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) ทางพิเศษอุดรรัถยา และทางพิเศษประจิมรัถยา ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบความพร้อมและประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างในพื้นที่ของทางพิเศษและรถไฟฟ้า และความพร้อมการใช้งานของระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า พบว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีความปลอดภัย และพร้อมให้บริการตามปกติ ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยเพื่อรองรับสถานการณ์แผ่นดินไหว พร้อมทั้งมีการตรวจเช็คและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยในการให้บริการทั้งแก่ผู้ใช้ทางและผู้โดยสาร และเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เกิดกรณีน้ำไหลเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้า MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่มีสาเหตุจากการก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างอาคารสำนักงานกับสถานีรถไฟฟ้าโดยหน่วยงานภายนอก และมีการทำช่องเปิดระบายอากาศที่หลังคาอุโมงค์ ซึ่งอยู่ระดับเดียวกับพื้นถนน เมื่อฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำฝนสะสม ทำให้เกิดน้ำท่วมบนถนนรัชดาภิเษกจึงได้ไหลผ่านช่องระบายอากาศชั่วคราวของพื้นที่ก่อสร้างเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้า โดย รฟม. บริษัท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ ทั้งนี้ สถานีรถไฟฟ้า MRT ทุกสถานีได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานสากล พร้อมด้วยระบบป้องกันน้ำท่วมและเหตุฉุกเฉินอย่างรอบด้าน และยังมีการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารและสังคมในระยะยาว โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากการออกแบบโครงสร้างสถานีแต่อย่างใด”