การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนสัมพันธ์

เป้าหมายที่ 3:
เป้าหมายที่ 4:
เป้าหมายที่ 8:
เป้าหมายที่ 10:
เป้าหมายที่ 11:
เป้าหมายที่ 13:
เป้าหมายที่ 15:
แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ
บริษัทดำเนินงานภายใต้นโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และนโยบายสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ
โดยดำเนินการผ่านโครงการพัฒนาสังคมและชุมชนในรูปแบบต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งภายในและภายนอกบริษัท เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างบริษัท ชุมชนและสังคม ให้อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน
ผลกระทบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย
การดำเนินกิจการเพื่อสังคม (CSR) เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มไปพร้อมกับการเพิ่มประสิทธิภาพของบริษัทให้ยั่งยืน โดยผ่านการมองในมิติที่กว้างขึ้น ที่ไม่เพียงแต่การทำกำไรแต่ยังเป็นการทำให้สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนและการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมกันอย่างรอบด้านทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม ที่มีผลกระทบต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นที่ดี แต่ยังเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความยั่งยืนและเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจ ด้วยการสร้างความเข้าใจ การมีส่วนร่วม การรับฟังปัญหาความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงการส่งเสริมการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นการสร้างความโปร่งใสในกระบวนการตัดสินใจและการดำเนินงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างความไว้วางใจจากสังคม และเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
ปัจจุบันกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียมีแนวโน้มที่จะให้การสนับสนุนธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น บริษัทจึงได้ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรที่มีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน นำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานและบริการที่ดีขึ้น เพื่อมุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้มีส่วนได้เสียผ่านการดำเนินงานกิจการเพื่อสังคม (CSR) อันเป็นการยกระดับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปพร้อมกับบริษัทได้อย่างยั่งยืน
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
การดำเนินธุรกิจภายใต้การแข่งขัน และความคาดหวังของผู้บริโภคและผู้มีส่วนได้เสียในปัจจุบัน นับเป็นความท้าทายของบริษัท ที่จะต้องพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการ และการให้บริการให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด
บริษัทเชื่อว่าการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงความคาดหวังของสังคม จะช่วยผลักดันให้บริษัทดำเนินกิจการไปได้อย่างยั่งยืนภายใต้การสนับสนุนของสังคมและชุมชน บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนสัมพันธ์ตามแนวเส้นทางธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจระบบราง รวมถึงธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดี รับฟัง แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกับชุมชน สังคม อันนำมาซึ่งการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องกับชุมชนโดยรอบ
บริษัทมุ่งประสานประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเหมาะสม ผ่านการส่งเสริมกิจกรรมและโครงการที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา เศรษฐกิจ ประเพณี วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนโดยรอบ ลดผลกระทบและข้อกังวลต่าง ๆ และสร้างโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเองอย่างแท้จริงโดยนำเอาความเชี่ยวชาญหลักของธุรกิจมาสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคมไปพร้อม ๆ กัน อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงการบรรเทาผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการประกาศสนับสนุนเป้าหมายของประเทศในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 ก่อให้เกิดความมั่นใจและสร้างการยอมรับของสังคมให้เกิดการรับรู้ภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัท
เป้าหมายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน
นโยบายและแนวปฏิบัติ
บริษัทประกาศนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อเป็นกรอบการกำหนดแนวทางปฏิบัติให้กับพนักงานทุกคนได้นำไปดำเนินการ และเป็นส่วนหนึ่งในทุกกระบวนการทำงาน โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการทำงานและการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์กับองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
กลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน
บริษัทกำหนดกลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน (CSR Strategy) ที่มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการดูแลสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กลยุทธ์ส่งเสริมความสุข ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ความสุขของการเดินทาง (HAPPY JOURNEY) ความสุขของชุมชนและสังคม (HAPPY LIVING SOCIETY) และความสุขของโลกที่ยั่งยืน (HAPPY PLANET) สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัทเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของการให้บริการที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ ตรงเวลา โดยคำนึงถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักการด้านความยั่งยืน
เดินทางด้วยเส้นทางแห่งความสุขไปกับ BEM
วิสัยทัศน์
พันธกิจ
- ให้บริการระบบทางพิเศษ และระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้าที่มีความปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ ตรงเวลา และมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
- พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งที่ทันสมัยและครบวงจร เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจราจร ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และพัฒนาสังคมและประเทศชาติ
- สร้างมูลค่าเพิ่มและประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นบนพื้นฐานของความเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
- ดำเนินธุรกิจตามหลักการด้านความยั่งยืน โดยคำนึงถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ความสุขของการเดินทาง
- 0 ครั้ง/ปี ของอุบัติเหตุร้ายแรงถึงแก่ชีวิต
- มากกว่า 10,000 คนที่เข้าร่วมโครงการ CSR ของบริษัทด้านการส่งเสริมสุขภาพภายในปี พ.ศ. 2571
ความสุขของชุมชนและสังคม
- มากกว่า 100 ชุมชน/สังคมที่ได้รับประโยชน์หรือมีส่วนร่วมในโครงการ CSR ของบริษัทภายในปี พ.ศ. 2571
ความสุขของโลกที่ยั่งยืน
- สนับสนุนเป้าหมายของประเทศในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593
การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย/นวัตกรรม/ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่แบ่งแยก (DEI)/ความร่วมมือของพันธมิตร
บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนสัมพันธ์ ภายใต้การดำเนินงานตามแผนแม่บทด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR Roadmap) โดยยึดถือการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย การเคารพในความหลากหลาย ความเสมอภาค การไม่แบ่งแยก และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกับพันธมิตรทุกฝ่าย อีกทั้งยังมีการประเมินและทบทวนผลงานและผลกระทบของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์ ดังนี้

ความสุขของการเดินทาง
เป้าหมาย
ตัวอย่างโครงการ
- โครงการ BEM SAFETY SHARE "ชวนเซฟทุกสเต็ปวัยเก๋า"
- โครงการรณรงค์เชิญชวน "บุคคลพิเศษ" ใช้ลิฟต์เป็นลำดับแรกด้วย "Priority Lift"
- งาน Thailand Healthcare 2025 "A Better Life สร้างสุขทุกช่วงวัย"

ความสุขของชุมชนและสังคม
เป้าหมาย
ตัวอย่างโครงการ
- โครงการ BEM NEW HORIZONS ปีที่ 2 ขยายโอกาสเยาวชน เปิดพื้นที่การเรียนรู้อย่างยั่งยืน
- โครงการ Metro Art Series 7 "Good Vibe Only - Mural of Positive Energy"
- โครงการ BEM พาน้องพิชิต TCAS ปีที่ 17 ติวแบบตะโกน เปิดโหมดเข้ามหาลัย
- โครงการ BEM Happy Journey 2025 "เยา ยัง เยี่ยม"
- โครงการ "ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง"
- โครงการ BEM Burn Your Fat Get Your Health Season 9

ความสุขของโลกที่ยั่งยืน
เป้าหมาย
ตัวอย่างโครงการ
- โครงการ Metro Mall Go Green
- โครงการปลูกเสริมป่าชายเลน
- โครงการขยะเพาะกล้า สำหรับปลูกป่าแนวกันไฟ จังหวัดชัยภูมิ
- โครงการ Precious Waste
ในปี 2568
บริษัทได้จัดกิจกรรม CSR ทั้งสิ้น 18 กิจกรรม ด้วยงบประมาณกว่า 34 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและสร้างความสัมพันธ์ต่อสังคมและชุมชน ภายใต้กลยุทธ์ส่งเสริมความสุข ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่
ช่องทางและกระบวนการในการรับข้อร้องเรียน
การรับข้อร้องเรียนจากชุมชนและบริหารจัดการ
บริษัทให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาและข้อร้องเรียนจากลูกค้า สังคมและชุมชน เพื่อนำมาปรับปรุงให้การบริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างความพึงพอใจ และลดข้อขัดแย้งหรือผลกระทบที่อาจนำไปสู่ข้อพิพาทต่าง ๆ จากการดำเนินงานของบริษัท โดยบริษัทกำหนดช่องทางและกระบวนการในการรับข้อร้องเรียนของสังคมและชุมชนเช่นเดียวกับการรับข้อร้องเรียนจากลูกค้า ซึ่งผู้ร้องเรียนสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้หลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์ โทรศัพท์ และอีเมล เป็นต้น
เมื่อได้รับข้อร้องเรียน บริษัทจะดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริง และนำมาตรวจสอบสาเหตุเพื่อหามาตรการดำเนินการ รวมถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบพร้อมรายงานผลต่อประธานกรรมการตรวจสอบ หรือกรรมการอิสระ หรือคณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทจะรายงานผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ร้องเรียนทราบด้วย
บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลผู้ร้องเรียน โดยเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเป็นความลับ ในกรณีที่ผู้มีส่วนได้เสียต้องการติดต่อหรือร้องเรียนสามารถติดต่อกรรมการโดยตรง หรือแจ้งข้อมูลผ่านเลขานุการบริษัท หรือ ช่องทางต่าง ๆ รายละเอียดปรากฏในรายงานความยั่งยืน เรื่อง การกำกับดูแลกิจการที่ดี
นอกจากนี้ ภายใต้ขั้นตอนการรับข้อคิดเห็นและการร้องเรียนของบริษัท หลังจากที่บริษัทได้แจ้งผลการดำเนินการไปยังผู้ร้องเรียนแล้ว จะมีการวัดระดับความพึงพอใจในการแก้ไขปัญหาก่อนจะปิดสถานะข้อร้องเรียน โดยบริษัทได้จัดทำรายงานรายเดือนเพื่อสรุปข้อคิดเห็นจากผู้ใช้งานเพื่อปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้นและเป็นการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ

การจัดการข้อร้องเรียน
ในปี 2568 บริษัทได้รับข้อร้องเรียนด้านสังคมและชุมชน และได้ดำเนินการวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางแก้ไขผ่านกระบวนการจัดการข้อร้องเรียน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามแนวเส้นทางของธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจระบบราง โดยมีตัวอย่างกลุ่มข้อร้องเรียน 10 กรณีที่มีผลกระทบกับชุมชนรอบเส้นทาง ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการจัดการข้อร้องเรียนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
-
1
ข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับชุมชนรอบเส้นทางทางพิเศษ (3 กรณี)
เป็นประเด็นเกี่ยวกับการดูแลภูมิทัศน์และความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ทางขึ้น-ลงด่านทางพิเศษ เช่น การตัดแต่งกิ่งไม้และวัชพืช รวมถึงการจัดเก็บเศษวัสดุภายหลังการปฏิบัติงาน ซึ่งบริษัทได้เข้าดำเนินการปรับปรุงแก้ไขทันที และแล้วเสร็จครบถ้วน 100% -
2
ข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับชุมชนรอบเส้นทางรถไฟฟ้าและศูนย์ซ่อมบำรุง (7 กรณี)
เป็นประเด็นเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความเป็นระเบียบของพื้นที่ เช่น เสียงรบกวนจากอุปกรณ์ ขยะในพื้นที่สาธารณะ ความชำรุดของโครงสร้างระบายน้ำ เป็นต้น ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง แก้ไขงานทางเทคนิคและซ่อมแซมในส่วนที่เกี่ยวข้อง ติดป้ายแจ้งเตือน และกำชับพนักงานทุกคนรวมถึงผู้รับเหมา หมั่นคอยตรวจสอบความสะอาดของพื้นที่อยู่เสมอ รวมถึงสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ร้องเรียนรับทราบเรียบร้อยแล้ว
ในปี 2568
| ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน | ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|---|---|
| ข้อร้องเรียนของชุมชนและสังคม (กรณี) | 10 |
|
3 |
|
7 |
|
100 |
| งบประมาณในการดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนสัมพันธ์ (ล้านบาท) | 33 |
ความสุขของการเดินทาง HAPPY JOURNEY “สุขภาพดี ชีวีปลอดภัย”

บริษัทดำเนินโครงการ BEM SAFETY SHARE “ชวนเซฟทุกสเต็ปวัยเก๋า”อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้บันไดเลื่อนสำหรับผู้โดยสารสูงอายุ โดยจัดกิจกรรมให้คำแนะนำภายในสถานีรถไฟฟ้าในช่วงเวลาที่ผู้โดยสารสูงอายุใช้บริการ เพื่อสื่อสารแนวทางการใช้งานที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งรณรงค์ให้ผู้โดยสารทั่วไปตระหนักถึงความปลอดภัยและการดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุที่อาจมีความเสี่ยงระหว่างใช้งานบันไดเลื่อน เพื่อสร้างสังคมการเดินทางที่ปลอดภัยและช่วยลดอุบัติเหตุ ผ่านกิจกรรม Safety One By One โดยให้คำแนะนำรายบุคคลเกี่ยวกับการใช้บันไดเลื่อน อาทิ การจับราวบันไดเลื่อนตลอดเวลา ไม่ยืนหรือพิงบันไดเลื่อนขณะใช้งาน ไม่ถือสัมภาระสองมือ และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ระหว่างใช้บันไดเลื่อน
ในปี 2568 บริษัทกำหนดเป้าหมายอัตราการเกิดอุบัติเหตุของผู้โดยสารสูงอายุไม่เกิน 19 รายต่อผู้โดยสาร 1 ล้านคน ผลการดำเนินงานพบว่ามีจำนวนอุบัติเหตุ 22 ราย ต่อผู้โดยสาร 1 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายและเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างทบทวนรายละเอียดและสาเหตุอุบัติเหตุ เพื่อกำหนดแนวทางปรับปรุงโครงการและกิจกรรมในระยะเวลาต่อไป
| ตัวชี้วัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ | |
|---|---|
| พันธมิตร/หน่วยงานอื่น ๆ (ราย) | 1 |
| พนักงานที่เข้าร่วมกิจกรรม (คน) | 982 |
| การเข้าถึงข้อมูลความปลอดภัยจากกิจกรรมประชาสัมพันธ์ (ครั้ง) | 189 |
| ตัวชี้วัดผลประโยชน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม | |
| ผู้เข้าร่วมกิจกรรม (คน) | 2,511 |
| ผลลัพธ์ | |
| ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม (%) | 87% |
ความสุขของชุมชนและสังคม HAPPY LIVING SOCIETY “คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี”

บริษัทดำเนินโครงการ BEM NEW HORIZONS ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อสนับสนุนและมอบโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นทั้งด้านวินัย การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า อันเป็นรากฐานสำคัญสำหรับเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
ในปี 2568 มีเยาวชนอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 30 คน จากโรงเรียนวัดราชบพิธ ซึ่งเป็นโรงเรียนนำร่องในปีแรก และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้ากุนนที โดยเข้าร่วมปฏิบัติงานในช่วงหลังเลิกเรียน ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 ภายใต้ภารกิจสำคัญ อาทิ การสนับสนุนการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร การให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ระบบรถไฟฟ้าและเส้นทางการเดินทาง ภายใต้การดูแลของพนักงานสถานี
โครงการมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนในโรงเรียนรายรอบเส้นทางรถไฟฟ้า โดยนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับทุนการศึกษาเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา (2 ภาคเรียน) พร้อมค่าตอบแทนจากการเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัคร เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาในอนาคต นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งสร้างจิตสำนึกด้านจิตอาสา เสริมสร้างประสบการณ์การทำงาน และเปิดมุมมองสู่อาชีพในระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อสนับสนุนการวางแผนศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป
จากการสัมภาษณ์ตัวแทนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ สะท้อนให้เห็นว่าโครงการช่วยสร้างประสบการณ์การทำงานจริง เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พัฒนาทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงเสริมความมั่นใจในการกล้าพูดและกล้าแสดงออก โดยนักเรียนส่วนใหญ่เห็นว่า การทำงานร่วมกับพนักงานสถานีที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ช่วยให้สามารถเรียนรู้และปรับตัวกับสภาพแวดล้อมการทำงานได้อย่างมั่นใจ
| ตัวชี้วัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ | |
|---|---|
| พนักงานที่เข้าร่วมกิจกรรม (คน) | 30 |
| การเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ (ครั้ง) | 70,202 |
| ตัวชี้วัดผลประโยชน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม | |
| ผู้เข้าร่วมกิจกรรม (คน) | 30 |
| โรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรม (โรงเรียน) | 2 |
| ผลลัพธ์ | |
| ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม (%) | 96.70 |
| ค่าใช้จ่ายรวมของครัวเรือนที่ลดลง (รายได้และสิทธิประโยชน์ที่นักเรียนได้รับจากกิจกรรม) (ล้านบาท) | 1.43 |
| มูลค่าทางประชาสัมพันธ์ (ล้านบาท) | 22.21 |
| ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) | 17.36 |
ความสุขของโลกที่ยั่งยืน HAPPY PLANET “ร่วมดูแลสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม”

บริษัทและบริษัทย่อย (BMN) ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด (TBR) ดำเนินโครงการ “Metro Mall Go Green” ภายใต้แนวคิด เก็บกลับ-รีไซเคิล เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเรื่องการรักษ์โลก พร้อมปลูกฝังความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ ผู้โดยสาร และลูกค้า เพื่อให้เกิดการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ก่อนนำไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เป็นจุดเริ่มต้นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ โดยมีการจัดตั้งจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว จุดคัดแยกขยะ และการสื่อสารความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่ผู้โดยสาร ลูกค้า และผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่ เพื่อเป็นต้นแบบการจัดการพื้นที่ร้านค้าปลีกสู่ความยั่งยืนต่อไป
นอกจากนี้ โครงการยังมีการประเมินพฤติกรรมของร้านค้าและผู้โดยสารเพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป เช่น การออกแบบระบบสะสมแต้มจากการแยกขยะเพื่อนำไปใช้ลดค่าเช่าพื้นที่ หรือการนำวัสดุรีไซเคิลกลับมาแปรรูปเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน

จากการสัมภาษณ์ ดร.อารยา ปานุราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ระบุว่า โครงการดังกล่าวถือเป็น “ก้าวแรก” ของการนำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ในระบบรถไฟฟ้า MRT เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือด้านการคัดแยกขยะและการรีไซเคิลอย่างถูกวิธีระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ ดร.นภัส พันธ์พงษ์เจริญ ผู้จัดการงานวิเคราะห์และดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค และเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในสังคมเมือง




| ตัวชี้วัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ | |
|---|---|
| พันธมิตร/หน่วยงานอื่น ๆ/วิทยากร (ราย) | 1 |
| การเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ (ครั้ง) | 5,772 |
| รายได้พัฒนาเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น (ล้านบาท) | 0.06 |
| ตัวชี้วัดผลประโยชน์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม | |
| ผู้เข้าร่วมกิจกรรม (คน) | 11,140 |
| ผลลัพธ์ | |
| มูลค่าทางประชาสัมพันธ์ (ล้านบาท) | 3.82 |
| ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) | 38.45 |
