เป้าหมายที่ 16:
สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

บริษัทได้จัดทำและประกาศใช้นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คู่มือบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณบริษัทซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดกฎเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

ผลกระทบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย

ลูกค้า
ผู้ถือหุ้น
เจ้าหนี้
ผู้ลงทุน

การกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ (Corporate Governance & Business Code of Conduct) ด้วยหลักการธรรมภิบาล มีความโปร่งใสและเป็นธรรม เคารพในหลักสิทธิมนุษยชน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้องค์กรบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในระยะยาว สามารถลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียชื่อเสียงจากการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ ที่อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียรายได้และกระทบความไว้วางใจของผู้ลงทุน สังคมและชุมชนซึ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ ผู้ลงทุน รวมถึงตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจตามหลักความยั่งยืน การกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมและหลักจรรยาบรรณธุรกิจอย่างเคร่งครัด

โดยมีการทบทวนนโยบายให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานในระดับสากล ตลอดจนให้มีการประเมินและรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว และยังสร้างความเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายตลอดห่วงโซ่คุณค่า

เป้าหมายและดัชนีชี้วัดการดำเนินงาน

บริษัทได้มีการกำหนดเป้าหมายทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยมุ่งเน้นให้ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันและการติดสินบนภายในองค์กร รวมถึงกำหนดให้มีการสื่อสารและการอบรมเรื่องการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจให้กับกรรมการและพนักงานครบถ้วนทุกปี

การทุจริตคอร์รัปชันและการติดสินบน
เป้าหมาย
เป้าหมายระยะสั้นปี 2568
0
กรณี
เป้าหมายระยะยาว ปี 2573
0
กรณี
ผลการดำเนินงานปี 2568
0
กรณี
การสื่อสารและอบรมเรื่องการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจให้กับกรรมการและพนักงาน
เป้าหมาย
เป้าหมายระยะสั้นปี 2568
100%
เป้าหมายระยะยาว ปี 2573
100%
ผลการดำเนินงานปี 2568
100%

นโยบายและแนวปฏิบัติ

บริษัทดำเนินงานตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้บริษัทมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเคารพในสิทธิและความเท่าเทียมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสียผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท ทั้งนี้บริษัทได้มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นประจำทุกปี

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท

ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 17 คน โดยมีกรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร จำนวน 6 คน กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 5 คน และกรรมการอิสระตามนิยามคุณสมบัติกรรมการอิสระของบริษัทและประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. จำนวน 6 คน

ทั้งนี้ กรรมการทุกคนเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย อีกทั้งยังมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทักษะ และประสบการณ์ที่หลากหลาย ตลอดจนเพศและอายุที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการนำพาองค์กรไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่บริษัทกำหนดไว้ นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดให้กรรมการบริษัทดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 บริษัท เพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการบริษัทจะสามารถอุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และในปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดประชุมคณะกรรมการบริษัทรวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง เพื่อกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับบริษัท รายละเอียดปรากฏในรายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report)

ในปี 2568

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวน 17 คน โดยมีกรรมการที่มิใช่ผู้บริหาร จำนวน 6 คน กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 5 คน และกรรมการอิสระตามนิยามคุณสมบัติกรรมการอิสระของบริษัทและประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. จำนวน 6 คน

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท
กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
5 คน
กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
6 คน
กรรมการอิสระ
6 คน
คณะกรรมการชุดย่อย กรรมการที่เป็นผู้บริหาร กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร กรรมการอิสระ จำนวน (คน)
คณะกรรมการตรวจสอบ 0 0 3 3
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 1 0 3 4
คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2 0 2 4
คณะกรรมการบริหาร 5 0 0 5
จำแนกตามเพศ
ชาย
11 คน
หญิง
6 คน
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง
องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท

พร้อมกันนี้ บริษัทได้กำหนดให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พิจารณาความเพียงพอ และเหมาะสมในระดับนโยบาย และให้ฝ่ายบริหารทำหน้าที่ดูแลกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กรโดยรวม และปฏิบัติหน้าที่ประจำวันแทนคณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกไตรมาส

บริษัทกำหนดให้มีการเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระภายใต้หลักเกณฑ์และกระบวนการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการบริษัทที่โปร่งใสและเป็นธรรมโดยพิจารณาคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามกรอบแนวทาง Board Skills Matrix ตลอดจนองค์ประกอบในเรื่องความหลากหลายของคณะกรรมการ ที่คำนึงถึงเกณฑ์ด้านความยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทตระหนักถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนเพื่อแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการบริษัท ซึ่งรายละเอียดและขั้นตอนการสรรหาคณะกรรมการได้ระบุไว้ในคู่มือบรรษัทภิบาลในหัวข้อแนวปฏิบัติสำหรับกรรมการและผู้บริหาร


การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

บริษัทประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี โดยประเมินผลการปฏิบัติงานเป็น 2 แบบ คือ ประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทโดยรวม และประเมินตนเองเป็นรายบุคคล รวมทั้งติดตามผลการประเมินของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อพิจารณาร่วมกันในคณะกรรมการบริษัท และทบทวนแบบประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัท และกรรมการชุดย่อยอย่างสม่ำเสมอ

This table can be scrolled horizontally
ผลประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ปี 2568
1. ผลประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการโดยรวม
คณะกรรมการบริษัท (%) 98.75
คณะกรรมการตรวจสอบ (%) 100.00
คณะกรรมการบริหาร (%) 97.25
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน (%) 99.75
คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (%) 97.75
2. ผลประเมินตนเองของกรรมการรายบุคคล (%) 98.75

การสรรหากรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง

  • กรรมการผู้จัดการ: การสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการจะดำเนินการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งจะพิจารณาสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม กล่าวคือ เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการให้บรรลุวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดไว้ ตลอดจนมีความเข้าใจในธุรกิจของบริษัทอย่างดี ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะนำเสนอรายชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง
  • ผู้บริหารระดับสูง: สำหรับผู้บริหารตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการขึ้นไป กรรมการผู้จัดการจะเป็นผู้เสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง

ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับแผนการสืบทอดตำแหน่ง เพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาบริหารจัดการบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน


นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง

กรรมการผู้จัดการ

การพิจารณาค่าตอบแทนสำหรับกรรมการผู้จัดการ เป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณา โดยค่าตอบแทนจะครอบคลุมทั้งค่าตอบแทนระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งประกอบด้วยค่าตอบแทนที่เป็นเงินเดือน (Fix Remuneration) และโบนัส (Variable Remuneration) รวมทั้งสวัสดิการอื่น ๆ ในระดับที่จูงใจในระยะยาว ทั้งนี้ เป็นไปตามความเหมาะสมและตามขอบเขตความรับผิดชอบของกรรมการผู้จัดการของบริษัท โดยยังเชื่อมโยงถึงผลการดำเนินงานของบริษัทในหลายมิติ และด้านความยั่งยืน (ESG) ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาอนุมัติผลการประเมินการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการและการพิจารณาค่าตอบแทนในแต่ละรอบปี

ผู้บริหารระดับสูง

การพิจารณาค่าตอบแทนผู้บริหาร (ไม่รวมกรรมการผู้จัดการ) เป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริหารกำหนด โดยค่าตอบแทนจะครอบคลุมทั้งค่าตอบแทนระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งประกอบด้วยค่าตอบแทนที่เป็นเงินเดือน (Fix Remuneration) และโบนัส (Variable Remuneration) ที่เหมาะสมกับขอบเขตความรับผิดชอบของผู้บริหารแต่ละราย รวมทั้งสวัสดิการอื่น ๆ ในระดับที่จูงใจในระยะยาว ทั้งนี้ การกำหนดค่าตอบแทนเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัทซึ่งมีปัจจัยในหลายมิติ รวมถึงด้านความยั่งยืน (ESG) และผลประเมินการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ผ่านระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System : PMS) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของบริษัท โดยคณะกรรมการบริหารเป็นผู้อนุมัติค่าตอบแทนสำหรับผู้บริหาร และการพิจารณารายละเอียดอื่นใดในทางปฏิบัติ ให้อยู่ในดุลยพินิจของกรรมการผู้จัดการ


จรรยาบรรณบริษัท

บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบจรรยาบรรณบริษัท โดยกำหนดให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับยึดถือและปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณบริษัท นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และคู่มือบรรษัทภิบาลอย่างเคร่งครัด บริษัทได้สื่อสารจรรยาบรรณผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ อินทราเน็ต และอีเมล รวมถึงจัดการฝึกอบรมให้กับพนักงานทุกระดับเพื่อสร้างความตระหนัก ความรู้ ความเข้าใจ และวัฒนธรรมองค์กรอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังมีกระบวนการจัดการข้อร้องเรียน ตรวจสอบติดตาม และมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูล รวมทั้งมีการติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทและรายงานผลการติดตามต่อคณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ บริษัทจะคุ้มครองและเก็บข้อมูลผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูล รวมถึงผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเป็นความลับ

กระบวนการติดตามและจัดการให้มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ

บริษัทมีการติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทผ่านระบบออนไลน์ (e-Learning) โดยกำหนดให้มีการทดสอบความรู้และแบบสำรวจการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัท โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการทดสอบที่กำหนดเกณฑ์ผ่านที่ 100% เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริหารและพนักงานทุกระดับมีความเข้าใจที่ถูกต้องและนำไปปฏิบัติได้จริง ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การทดสอบจึงจะสามารถทำแบบสำรวจการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทในส่วนที่สองได้ ซึ่งส่วนนี้มีเกณฑ์ผ่านการสำรวจ 100% เช่นกัน นอกจากนี้ สำหรับพนักงานใหม่ บริษัทจัดให้มีการอบรมจรรยาบรรณบริษัทในการปฐมนิเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร

ปี 2568

มีผู้บริหารและพนักงานผ่านเกณฑ์การทดสอบ 100% และมีผู้ผ่านเกณฑ์การสำรวจการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัท จำนวน 3,923 คน1/ สำหรับการปฐมนิเทศพนักงานใหม่มีผู้ผ่านการอบรมจรรยาบรรณบริษัทตามที่กำหนด

หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเฉพาะธุรกิจทางพิเศษและธุรกิจระบบราง

มีผู้บริหารและพนักงานผ่านเกณฑ์การทดสอบ
100%
ผู้ผ่านเกณฑ์การสำรวจการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัท จำนวน
3,923 คน

การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทได้กำหนดนโยบายในการต่อต้านการทุจริตและการคอร์รัปชัน เพื่อให้พนักงานทุกระดับปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมถึงกำหนดมาตรการติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินความเสี่ยง และการฝึกอบรมผ่านการอบรมจรรยาบรรณบริษัทอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทได้สื่อสารนโยบายและแนวปฏิบัติให้พนักงานรับทราบผ่านการอบรมจรรยาบรรณบริษัทอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ บริษัทกำหนดให้กรรมการและพนักงานเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรืออาจนำไปสู่การฝ่าฝืนกฎหมายและนโยบายต่อต้านการทุจริตและการคอร์รัปชัน เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้


การจัดการข้อร้องเรียนและมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความเคารพต่อสิทธิมนุษยชน บริษัทจึงจัดให้มีช่องทางสำหรับรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสที่เปิดกว้างและตรวจสอบได้ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน และประชาชนทั่วไป สามารถแจ้งเหตุที่อาจขัดต่อกฎหมาย จรรยาบรรณธุรกิจ หรือข้อกำหนดของบริษัทได้อย่างสะดวกและเหมาะสม

ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียน บริษัทให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ร้องเรียนและ/หรือผู้ให้ข้อมูล การปกปิดตัวตน การรักษาความลับของข้อมูล รวมถึงการไม่ให้เกิดการตอบโต้หรือกลั่นแกล้ง เพื่อให้ผู้ร้องเรียนหรือผู้ให้ข้อมูล สามารถแจ้งข้อมูลได้อย่างมั่นใจ และเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใส

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน

เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงกระบวนการร้องเรียนได้อย่างสะดวกและทั่วถึง บริษัทได้กำหนดช่องทางที่หลากหลาย ดังนี้

การร้องเรียนผ่านจดหมายปิดผนึก (Postal Mail) ส่งถึง
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ "BEM" ผ่านเลขานุการบริษัท
  • ที่อยู่
    เลขที่ 238/7 ถ.อโศก-ดินแดง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. 10310
  • โทรศัพท์
    0 2641 4611
  • ช่องทางอีเมล
    companysecretary@bemplc.co.th
ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์
ภายในพื้นที่ให้บริการ
สแกน QR Code (กล่องรับความคิดเห็นอิเล็กทรอนิกส์) ภายในสถานีรถไฟฟ้า
การรับข้อร้องเรียน ณ จุดให้บริการ
  • กล่องรับความคิดเห็น ณ อาคารด่านทางพิเศษ
  • แจ้งโดยตรงต่อพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
  • แจ้งโดยตรงจากบุคลากรภายในบริษัท
ช่องทางเฉพาะสำหรับประเด็นต่าง ๆ
จรรยาบรรณบริษัท
ด้านสิทธิมนุษยชน
การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
ข้อร้องเรียนจากสังคมและชุมชน
ด้านสิ่งแวดล้อม

กระบวนการจัดการข้อร้องเรียน

บริษัทกำหนดขั้นตอนการจัดการข้อร้องเรียนที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกเรื่องร้องเรียนได้รับการพิจารณาอย่างยุติธรรมและตรวจสอบได้

การรวบรวมข้อเท็จจริง
ผู้รับข้อร้องเรียนดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องจากผู้ร้องเรียนและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
การประมวลผลและกลั่นกรองข้อมูล
ผู้รับข้อร้องเรียนประมวลผลและกลั่นกรองข้อมูล นำส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาตรวจสอบตามระเบียบข้อบังคับ วิธีการจัดการที่เหมาะสม และเป็นธรรม เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต
มาตรการดำเนินการและเยียวยา
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา บทลงโทษ และ/หรือพิจารณามาตรการเยียวยาที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเสียหายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที
การรายงานผล
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้รับข้อร้องเรียนทราบ เพื่อแจ้งผลกลับแก่ผู้ร้องเรียน

มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของผู้ร้องเรียน และผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ โดยมีมาตรการคุ้มครอง ดังนี้

  • สิทธิในการไม่เปิดเผยตัวตน (Anonymity): ผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง สามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตนเองหรือข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากพิจารณาเห็นว่าการเปิดเผยนั้นอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัยหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
  • การรายงานผลกรณีเปิดเผยตัวตน: ในกรณีที่ผู้ร้องเรียนเลือกเปิดเผยตนเอง บริษัทจะดำเนินการรายงานความคืบหน้าชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ
  • การรักษาความลับอย่างเคร่งครัด (Confidentiality): บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียน เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ภาพถ่าย หรือข้อมูลอื่นใดที่สามารถระบุตัวตนได้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด
  • ความปลอดภัยและการไม่ตอบโต้ (Non-retaliation): ผู้รับข้อร้องเรียนมีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นความลับ และเปิดเผยเฉพาะเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายของผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ ทั้งนี้ หากพิจารณาเห็นว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดความเดือดร้อนเสียหายหรือความไม่ปลอดภัย บริษัทจะดำเนินมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมโดยเคร่งครัดทันที
  • การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ (Remediation): ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิหรือจากการดำเนินงานของบริษัท จะได้รับการดูแลและบรรเทาความเดือดร้อน/ความเสียหายผ่านกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม

การเข้าร่วมการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย

บริษัทได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยในระดับ "ดีเลิศ" (Excellent CG Scoring) หรือระดับ 5 ดาว ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ภายใต้โครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2568 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การประเมินในปี 2568 มีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมการประเมินรวมทั้งสิ้น 844 บริษัท โดยผลการประเมินที่บริษัทได้รับสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักบรรษัทภิบาล ความโปร่งใสความรับผิดชอบ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมและสมดุล


การสนับสนุนภาคส่วนและองค์กรต่าง ๆ

รายชื่อองค์กร ประเภทองค์กร จำนวนเงินที่สนับสนุน (ล้านบาท)
ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
1. Community of Metros (COMET) กลุ่มสมาชิกผู้ให้บริการรถไฟฟ้า (บริษัท เป็นสมาชิก COMET โดยร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น ความรู้ในการให้บริการรถไฟฟ้า) 1.37 1.37 1.64 1.67
2. International Association of Public Transport (UITP; Union Internationale des Transports Publics) สมาคมการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ (บริษัท เป็นสมาชิก UITP โดยร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น ความรู้ในการให้บริการรถไฟฟ้า) 0.66 0.69 0.81 0.85
3. Thailand Carbon Neutral Network (TCNN)1/ เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (บริษัท เป็นสมาชิก TCNN โดยร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น ความรู้ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) - - - -
ผลรวม 2.03 2.06 2.45 2.52

หมายเหตุ : 1/ บริษัทเป็นสมาชิก TCNN เมื่อปี 2565 โดยไม่ต้องใช้เงินสนับสนุน เนื่องจากไม่มีค่าสมาชิก