เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 8:
งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เป้าหมายที่ 12:
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 16:
สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

บริษัทมีการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

และให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน กำหนดจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า รวมถึงติดตามการดำเนินงาน และจัดทำระเบียบการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างที่ระบุหลักเกณฑ์ต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน

ผลกระทบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย

คู่ค้าหรือผู้รับเหมา
คู่ค้าหรือผู้รับเหมา

บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน การทำผิดจรรยาบรรณทางธุรกิจ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อให้บริษัทสามารถระบุคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูงและดำเนินการแก้ไขปรับปรุงได้อย่างเหมาะสม โดยจะช่วยป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของบริษัทและต่อผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ในการรักษาสินค้าและบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านคุณภาพและความความยั่งยืน พร้อมกับการรักษาสัมพันธภาพที่ดีในระยะยาว

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

เพื่อสร้างความมั่นใจ และให้สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทจึงกำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและส่งเสริมความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้บริษัทสามารถส่งมอบบริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และต่อเนื่องตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย

เป้าหมายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน

เป้าหมายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน

คู่ค้ารายใหม่รับทราบและปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า
เป้าหมาย
เป้าหมายระยะสั้นปี 2568
100%
เป้าหมายระยะกลาง ปี 2573
100%
เป้าหมายระยะยาว ปี 2593
100%
ผลการดำเนินงานปี 2568
100%
คู่ค้ารายใหม่ผ่านการคัดกรองตามเกณฑ์ด้านความยั่งยืน
เป้าหมาย
เป้าหมายระยะสั้นปี 2568
100%
เป้าหมายระยะกลาง ปี 2573
100%
เป้าหมายระยะยาว ปี 2593
100%
ผลการดำเนินงานปี 2568
100%
คู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนโดยการประเมินตนเอง
เป้าหมาย
เป้าหมายระยะสั้นปี 2568
100%
เป้าหมายระยะกลาง ปี 2573
100%
เป้าหมายระยะยาว ปี 2593
100%
ผลการดำเนินงานปี 2568
100%
คู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนโดยพนักงานของบริษัท
เป้าหมาย
เป้าหมายระยะสั้นปี 2568
100%
เป้าหมายระยะกลาง ปี 2573
100%
เป้าหมายระยะยาว ปี 2593
100%
ผลการดำเนินงานปี 2568
100%
คู่ค้าลำดับ 1 ทั่วไป ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนโดยการประเมินตนเอง
เป้าหมาย
เป้าหมายระยะสั้นปี 2568
80%
เป้าหมายระยะกลาง ปี 2573
100%
เป้าหมายระยะยาว ปี 2593
100%
ผลการดำเนินงานปี 2568
83.55%
ระดับความพึงพอใจของคู่ค้า
เป้าหมาย
เป้าหมายระยะสั้นปี 2568
≥85%
เป้าหมายระยะกลาง ปี 2573
≥85%
เป้าหมายระยะยาว ปี 2593
≥90%
ผลการดำเนินงานปี 2568
90.25%
ระยะเวลาชำระเงินให้แก่คู่ค้า
เป้าหมาย
เป้าหมายระยะสั้นปี 2568
30-45
วัน
เป้าหมายระยะกลาง ปี 2573
30-45
วัน
เป้าหมายระยะยาว ปี 2593
30-45
วัน
ผลการดำเนินงานปี 2568
30
วัน

นโยบายและแนวปฏิบัติ

บริษัทมีนโยบายการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ระเบียบปฏิบัติงาน และจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม สิทธิมนุษยชนและแรงงาน และด้านจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัท และสนับสนุนให้คู่ค้ามีการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม

กระบวนการบริหารจัดการคู่ค้า

การคัดกรองและขึ้นทะเบียนคู่ค้า
การคัดกรองและขึ้นทะเบียนคู่ค้า
  • ลงทะเบียนคู่ค้าผ่านระบบออนไลน์
  • รับทราบข้อมูลและนโยบายสำคัญของบริษัท
    • จรรยาบรรณบริษัท
    • จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า
    • นโยบายในการต่อต้านการทุจริตและการคอร์รัปชัน
    • นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน
    • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลกับบริษัท
  • ตอบแบบประเมินตนเองและผ่านเกณฑ์ด้านความยั่งยืน
  • นำส่งเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนคู่ค้าตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
  • กรอบระยะเวลา: ตลอดทั้งปี
การจำแนกคู่ค้า
การจำแนกคู่ค้า
  • พิจารณาความสำคัญของคู่ค้าที่มีต่อบริษัท โดยพิจารณาจากค่าใช้จ่ายของคู่ค้า ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจ ความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ และความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ เป็นต้น
  • กรอบระยะเวลา: ทบทวนทุก 3 ปี หรือตามความเหมาะสม
การประเมินการดำเนินงานคู่ค้า
การประเมินการดำเนินงานคู่ค้า
  • ประเมินการดำเนินงานคู่ค้าโดยครอบคลุมประเด็นด้านความยั่งยืน ใน 2 รูปแบบ ได้แก่
    • Desktop Assessment อาทิ การประเมินตนเอง การประเมินความเสี่ยงโดยพนักงานของบริษัท การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้นของคู่ค้าก่อนเสนอราคา (Pre-Qualification) และการประเมินผลการปฏิบัติงาน (ภายหลังการส่งมอบสินค้า/บริการ)
    • On Site Assessment เป็นการประเมินแบบการตรวจเยี่ยม ณ สถานประกอบการของคู่ค้าโดยพนักงานของบริษัท เช่น กรณีที่ผลการประเมินพบว่าคู่ค้ามีความเสี่ยงในระดับสูง หรือ การตรวจเยี่ยม ณ สถานประกอบการของคู่ค้าที่ให้บริการงานซ่อมบำรุง ศูนย์บริการของคู่ค้า เป็นต้น
  • กรอบระยะเวลา: ตลอดทั้งปี
การพัฒนาศักยภาพคู่ค้า
การพัฒนาศักยภาพคู่ค้า
  • จัดสัมมนาคู่ค้า เพื่อเน้นย้ำจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า และแสดงความมุ่งมั่นของบริษัท รวมถึงเชิญชวนคู่ค้า ร่วมดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อให้ความรู้ด้าน ESG แก่คู่ค้า 2 ครั้ง/ปี
  • เชิญชวนคู่ค้าเข้าร่วมภาคีเครือข่ายโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
  • จัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงานให้คู่ค้า
  • ดำเนินโครงการหรือกิจกรรมด้านความปลอดภัยร่วมกับคู่ค้า
การคัดกรองและขึ้นทะเบียนคู่ค้า
การคัดกรองและขึ้นทะเบียนคู่ค้า

การคัดกรองและขึ้นทะเบียนคู่ค้า

กระบวนการบริหารจัดการคู่ค้าของบริษัทเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในขั้นตอนการคัดกรองและขึ้นทะเบียนคู่ค้า โดยกำหนดให้คู่ค้าจะต้องดำเนินการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์รับทราบข้อมูลและนโยบายสำคัญของบริษัท ได้แก่ จรรยาบรรณบริษัท จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า นโยบายในการต่อต้านการทุจริตและการคอร์รัปชัน นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลกับบริษัท รวมถึงตอบแบบประเมินตนเอง ซึ่งครอบคลุมคุณสมบัติด้านผลการดำเนินงาน ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และศักยภาพทางธุรกิจ เช่น ด้านการดำเนินงาน ด้านสินค้าและบริการ ด้านราคา ด้านการส่งมอบสินค้าและบริการ เป็นต้น ตลอดจนส่งมอบเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนคู่ค้าให้กับบริษัท

การประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนด้วยแบบประเมินตนเอง

บริษัทกำหนดให้คู่ค้ารายใหม่ต้องทำแบบประเมินตนเอง เพื่อประเมินด้านสินค้าและบริการ และประเมินด้านความยั่งยืนซึ่งครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ตามหัวข้อดังนี้

ด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านสิ่งแวดล้อม
  • การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
  • การใช้ทรัพยากรและพลังงาน ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม / ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก การนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการกำจัดของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การจัดการของเสีย สารเคมี และวัตถุอันตราย
ด้านสังคมสิทธิมนุษยชนและแรงงาน
ด้านสังคมสิทธิมนุษยชนและแรงงาน
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
  • เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมการทำงาน
  • การป้องกัน เตรียมตัวและตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
  • การมีส่วนร่วมต่อชุมชน
ด้านจริยธรรมทางธุรกิจ
ด้านจริยธรรมทางธุรกิจ
  • การส่งมอบสินค้าและบริการ
  • การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และการติดสินบน
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน
  • การเปิดเผยข้อมูล
  • การปฏิบัติตามข้อบังคับ
  • ของรางวัลและของขวัญ
  • การรักษาความลับทางการค้า
  • สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

ทั้งนี้ บริษัทกำหนดให้คู่ค้ารายใหม่ต้องได้คะแนนรวมจากการประเมินตนเองไม่น้อยกว่า 65% จึงจะสามารถขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้าของบริษัท (Approved Vendor List: AVL) ได้

ในปี 2568
บริษัทมีคู่ค้ารายใหม่ซึ่งผ่านเกณฑ์การคัดกรองตามเกณฑ์ความยั่งยืนจำนวน
112 ราย
การตรวจประเมินเชิงวิเคราะห์เอกสาร

บริษัทมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคู่ค้า และการบริหารจัดการที่คำนึงถึงผลกระทบด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอาชีวอนามัย รวมถึงคุณภาพของสินค้าและบริการก่อนการอนุมัติขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้ากับบริษัท โดยการตรวจสอบข้อมูลและเอกสาร ได้แก่ หนังสือรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์ ภ.พ.20 ใบรับรองมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, ISO 17001, ISO 45001 และ ISO 50001 เป็นต้น

ปริมาณการซื้อขายกับคู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ปี 2568
ปริมาณการซื้อขายกับคู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ปี 2568
32.44%
การจำแนกคู่ค้า

การจำแนกคู่ค้า

บริษัทจำแนกคู่ค้าตามระดับความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ โดยแบ่งคู่ค้าเป็น 3 ประเภท ได้แก่ คู่ค้าสำคัญลำดับ 1 คู่ค้าลำดับ 1 ทั่วไป และคู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง

คู่ค้าที่มีความสำคัญมากที่สุด คือ คู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ซึ่งพิจารณาจากเกณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ ปริมาณการซื้อขายกับบริษัทที่มีมูลค่าสูง ความเชี่ยวชาญ ความร่วมมือต่อกระบวนการทางธุรกิจที่สำคัญ ความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ และความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ ทั้งนี้ บริษัทกำหนดให้มีการทบทวนเกณฑ์การจำแนกคู่ค้าทุก 3 ปี หรือตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ บริษัทมีการทบทวนเกณฑ์การจำแนกคู่ค้าทุก 3 ปี หรือ กรณีมีประเด็นที่มีผลกระทบ อาจมีการพิจารณาทบทวนก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป โดยในปี 2568 บริษัทยังคงใช้หลักเกณฑ์การจำแนกคู่ค้าตามเกณฑ์เดิม โดยมีการจำแนกคู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ได้จำนวน 9 ราย (คิดเป็น 1.13%) คู่ค้าลำดับ 1 ทั่วไป จำนวน 784 ราย (คิดเป็น 98.87%) และคู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง จำนวน 0 ราย (คิดเป็น 0%)

1
มีมูลค่าการสั่งซื้อสั่งจ้างสูง (≤ 50 ล้านบาท/ปี)
2
มีความเชี่ยวชาญในประเภทงานอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีเฉพาะตัว ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานหลักของบริษัท
3
ให้ความร่วมมือในการจัดหาบุคลากรและพัฒนาระบบงานหลักที่ใช้ในการดำเนินงาน
4
มีลักษณะการให้บริการที่ต้องจัดหาแรงงานเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ซึ่งมีการหลอมรวมเป็นทีมกับบริษัททุก ๆ วัน เช่น สถานี อาคารต่าง ๆ เป็นต้น
5
มีความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ เป็นพันธมิตรที่สามารถให้ความช่วยเหลือบริษัทในการดำเนินงานได้ในกรณีฉุกเฉิน
6
ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ หรือภาวะสงคราม
การประเมินการดำเนินงานคู่ค้า
การประเมินการดำเนินงานคู่ค้า

การประเมินการดำเนินงานคู่ค้า

บริษัทมีการประเมินคู่ค้าเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการทำงานของคู่ค้าได้ปฏิบัติตามนโยบายการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้าอย่างเคร่งครัด โดยมีแนวทางในการประเมินคู่ค้า ดังนี้

การประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนด้วยแบบประเมินตนเอง

บริษัทกำหนดให้คู่ค้าเดิมต้องจัดทำแบบประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนโดยการประเมินตนเอง เพื่อประเมินด้านสินค้าและบริการ รวมถึงการประเมินด้านความยั่งยืนทั้ง 3 มิติ เช่นเดียวกับคู่ค้ารายใหม่ ตามหัวข้อด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม สิทธิมนุษยชน และแรงงาน และด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ซึ่งจากเกณฑ์การประเมินด้าน ESG ตามข้างต้น บริษัทกำหนดให้คู่ค้าเดิมที่ขึ้นทะเบียนกับบริษัทต้องผ่านเกณฑ์ความยั่งยืนที่ 65% เพื่อรักษาสถานะการขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้าของบริษัท (Approved Vendor List: AVL) เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของคู่ค้าสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า โดยในกรณีที่คู่ค้าไม่ผ่านเกณฑ์ บริษัทจะร่วมกับคู่ค้าพิจารณาแนวทางปรับปรุงดำเนินการ และติดตามผลการดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนด

การประเมินด้วยการตรวจเยี่ยม ณ สถานประกอบการของคู่ค้า

บริษัทพิจารณาให้มีการเข้าไปตรวจเยี่ยม ณ สถานประกอบการโดยพนักงานของบริษัท เพื่อให้มั่นใจในการดำเนินงานของคู่ค้าหากพบว่าผลการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้าสำคัญลำดับ 1 อยู่ในระดับสูง บริษัทจะทำการตรวจพิจารณากระบวนการทำงาน ณ สถานประกอบการของคู่ค้า รวมถึงพิจารณาการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง ทั้งนี้ บริษัทอาจมีการขอเอกสารประกอบการพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงประเด็นความเสี่ยงที่พบ (ถ้ามี) โดยกำหนดให้คู่ค้าต้องผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ที่ 70%

การประเมินความเสี่ยงคู่ค้าสำคัญลำดับ 1

บริษัทมีกระบวนการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร ภายใต้เกณฑ์การประเมินความเสี่ยงที่บริษัทกำหนด ซึ่งพิจารณาจากระดับโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง (Likelihood) ระดับความรุนแรงของผลกระทบ (Impact) ในประเด็นต่าง ๆ ด้านความยั่งยืน ทั้งในมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การประเมินดังกล่าวครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ จริยธรรมทางธุรกิจ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การจัดการสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับลักษณะและประเภทของคู่ค้า ทั้งนี้ บริษัทกำหนดระดับความเสี่ยงออกเป็น 4 ระดับดังนี้

ในกรณีที่พบว่าคู่ค้ามีความเสี่ยงอยู่ในระดับสูง บริษัทจะร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อหาแนวทางปรับปรุง หรือจัดทำแผนงานและมาตรการลดความเสี่ยงที่เหมาะสม พร้อมทั้งดำเนินงานติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความเสี่ยงดังกล่าวหมดไปหรือลดลงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้าหรือบริการของคู่ค้า

ปี 2568 การประเมินคู่ค้า
ปี 2568 การประเมินคู่ค้า
คู่ค้าใหม่ที่ได้รับการประเมินตนเอง
คู่ค้าใหม่ที่ได้รับการประเมินตนเอง
112
ราย
คู่ค้าลำดับ 1 ทั่วไป ที่ได้รับการประเมินตนเอง
คู่ค้าลำดับ 1 ทั่วไป ที่ได้รับการประเมินตนเอง
655
ราย
คู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ที่ได้รับการตรวจเยี่ยมโดยพนักงานของบริษัท
คู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ที่ได้รับการตรวจเยี่ยมโดยพนักงานของบริษัท
0
ราย
คู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน
คู่ค้าสำคัญลำดับ 1 ที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน
9
ราย
คู่ค้าที่ไม่ผ่านการประเมิน
คู่ค้าที่ไม่ผ่านการประเมิน
0
ราย
คู่ค้าที่ถูกยกเลิกสัญญาหรือถอดถอนออกจากทะเบียนคู่ค้า
คู่ค้าที่ถูกยกเลิกสัญญา หรือถอดถอนออกจากทะเบียนคู่ค้า
0
ราย
การประเมินผลปฏิบัติงานของคู่ค้า

บริษัทมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคู่ค้า เพื่อสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน คุณภาพสินค้าและบริการ ความตรงต่อเวลาของการส่งมอบ และนำประเด็นด้านความยั่งยืนมาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินคะแนนคู่ค้าด้วย โดยครอบคลุมประเด็นการปฏิบัติต่อพนักงานของผู้รับจ้าง การปฏิบัติตามข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อม และ/หรือกฎระเบียบของบริษัท การตอบสนองต่อความต้องการของบริษัท ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและข้อร้องเรียนหลังการส่งมอบสินค้าและบริการ

สำหรับงานจ้างหรือบริการที่ต้องเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัท มีการประเมินผลการปฏิบัติงานแยกตามช่วงการดำเนินงาน ได้แก่ การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าปฏิบัติงาน ระหว่างปฏิบัติงาน และภายหลังการปฏิบัติงาน โดยหน่วยงานผู้ขอซื้อขอจ้างและหน่วยงานจัดซื้อเป็นผู้ประเมินร่วมกัน ทั้งนี้ บริษัทกำหนดระดับประสิทธิภาพของคู่ค้าตามเกณฑ์ดังนี้

สำหรับคู่ค้าที่ได้รับข้อร้องเรียนจากการดำเนินงาน หรือมีผลการประเมินที่ไม่ผ่านเกณฑ์ (คะแนนต่ำกว่า 50%) บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และหารือร่วมกับคู่ค้าเพื่อจัดทำแผนแก้ไขและปรับปรุงการดำเนินงาน (Corrective Action Plan) โดยกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินการที่ชัดเจนภายในกรอบเวลาที่บริษัทและคู่ค้ากำหนดร่วมกัน ทั้งนี้ บริษัทกำหนดมาตรการดำเนินการตามระดับความรุนแรงของประเด็นที่พบอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การขอความร่วมมือ การประชุมร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัด การให้คู่ค้าจัดทำแผนปรับปรุงการดำเนินการ การออกหนังสือให้ปรับปรุงการให้บริการ การชะลอการจ่ายงาน รวมถึงการถอดถอนคู่ค้าออกจากทะเบียนคู่ค้า ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขข้อร้องเรียนหรือข้อบกพร่องได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งผลการประเมินคู่ค้าในปี 2568 พบว่าไม่มีคู่ค้าได้รับคะแนนประเมินเฉลี่ยไม่ผ่านเกณฑ์ (ต่ำกว่า 50%) และพบว่าคู่ค้าได้รับคะแนนประเมินเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (<65%) จำนวน 1 ราย โดยบริษัทได้ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้ เช่น จัดทำแผนปรับปรุงการดำเนินการและมีการตรวจติดตามเป็นระยะ ทั้งนี้ หากยังคงพบผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐาน บริษัทจะพิจารณาชะลอการจ่ายงาน และพิจารณายกเลิกสัญญาตามขั้นตอนที่กำหนดต่อไป

การพัฒนาศักยภาพคู่ค้า
การพัฒนาศักยภาพคู่ค้า

การพัฒนาศักยภาพคู่ค้า

บริษัทดำเนินการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดการฝึกอบรมให้กับคู่ค้าในหลักสูตรต่าง ๆ เช่น การให้ความรู้แก่ผู้รับเหมาที่เข้าปฏิบัติงานในระบบรถไฟฟ้า เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามกฎ ระเบียบ และเกิดความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงการจัดประชุมและการอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ รวมถึงนโยบายในการต่อต้านการทุจริตและการคอร์รัปชัน และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาศักยภาพของคู่ค้า

บริษัทได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) แก่คู่ค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงดำเนินโครงการ Contractor Scorecard เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วม เพิ่มความตระหนัก และสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาศักยภาพให้กับคู่ค้า อันจะนำไปสู่ความปลอดภัยของพนักงาน ผู้รับเหมา และลูกค้า และเป็นการยกระดับความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการจัดหาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเลือกใช้กระดาษทิชชูที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC (Forest Stewardship Council) ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ผลิตจากเส้นใยที่นำกลับมาใช้ใหม่ และมีกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานดังกล่าวยังเป็นการสนับสนุนคู่ค้าที่มีเจตนารมณ์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัล Sustainable Forest Contributors Award จาก บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค ประเทศไทย จำกัด ผ่านตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยรางวัลดังกล่าวนับเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินงานตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ช่องทางการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญ รวมถึงมีนโยบายในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยจัดให้มีมาตรการป้องกันการทุจริตทั้งภายในและภายนอก กำหนดแนวทางและขั้นตอนการปฏิบัติ การติดตาม การเฝ้าระวัง แนวทางการทบทวน ประเมินความเสี่ยง เป็นต้น เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัททุกคนได้ยืดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีคุณธรรม ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและมีจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงมีความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ

บริษัทขอเป็นส่วนหนึ่งในการสื่อสารเพื่อรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และร่วมแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption : CAC) หากบริษัทของท่านมีความสนใจเข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thai-cac.com

กรณีท่านพบพนักงานของบริษัทมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายไปในทางไม่สุจริตไม่ว่ากรณีใดๆ มีข้อสงสัยหรือพบเห็นการกระทำที่สงสัยว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ จรรยาบรรณ หรือนโยบายของบริษัท ท่านสามารถสอบถาม แจ้งเบาะแส หรือร้องเรียน พร้อมส่งรายละเอียดหลักฐานต่างๆ ตามช่องทางต่อไปนี้

ประธานกรรมการตรวจสอบ / กรรมการอิสระ / เลขานุการบริษัท
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 238/7 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทรศัพท์: 0-2641-4611