07 พฤษภาคม 2568

โครงการ “ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง” ประจำปี 2568

มิติสังคม

บริษัทร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ดำเนินโครงการ “ฟุตบอลปันสุข สนุกรอบสายทาง” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในชุมชนรายรอบเส้นทางได้เข้าร่วมกิจกรรมด้านกีฬา ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสนับสนุนการมีสุขภาวะที่ดี ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงต่อพฤติกรรมเสี่ยงในกลุ่มเยาวชน ควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนโดยรอบ

โครงการดำเนินงานในรูปแบบกิจกรรมฟุตบอลคลินิก โดยมีอดีตนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยร่วมถ่ายทอดความรู้ ฝึกทักษะพื้นฐานด้านกีฬาฟุตบอล และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์กีฬาแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ณ ลานกีฬาชุมชนบริเวณใต้ทางพิเศษในพื้นที่สายทางต่าง ๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชนอายุ 6–15 ปี จากชุมชนรายรอบสายทาง ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมผ่านการประสานงานร่วมกับผู้นำชุมชน ชมรมกีฬาโรงเรียน ผู้ปกครอง และครอบครัว

โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการใช้พื้นที่ใต้ทางพิเศษให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง

จากการสัมภาษณ์ คุณกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (คุณตอง) อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะด้านกีฬา รวมถึงสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันฟุตบอลอาชีพระดับประเทศ ซึ่งสามารถจุดประกายความฝันและสร้างแรงผลักดันในการพัฒนาตนเองสู่เส้นทางนักกีฬาในอนาคต

ขณะที่ คุณบุญโชติ สมันวอ ประธานชมรมเยาวชนมุสลิมพญาไท กล่าวว่า โครงการดังกล่าวช่วยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนในหลายชุมชนได้ออกมาหาประสบการณ์ใหม่ ๆ รวมถึงได้รับแรงบันดาลใจจากนักกีฬาระดับทีมชาติ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ห่างไกลจากยาเสพติด และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ครอบครัวและชุมชน

จากการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว มีพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 50 คน และสามารถเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ได้ประมาณ 6.2 ล้านครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมจำนวน 1,734 คน จากชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 62 แห่ง และโรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 164 แห่ง

ผลการประเมินกิจกรรมพบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีระดับความพึงพอใจอยู่ที่ 94.4% อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนจากรายได้และสิทธิประโยชน์ที่เยาวชนได้รับจากกิจกรรมประมาณ 88,200 บาท โครงการสามารถสร้างมูลค่าทางประชาสัมพันธ์ได้จำนวน 21.6 ล้านบาท และมีผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) เท่ากับ 2.15 เท่า